Feed on
Posts
Comments

ร่วมกันหยุดการฆ่าหมีขั้วโลก เพียงแค่บอกต่อเพื่อนๆใน MSN เกี่ยวกับเรื่องนี้
แสดงหน้าแรกอีกครั้ง หรือไปที่ Carbon Calculator


Google เปลี่ยนหน้า Homepage เป็นสีดำรณรงค์ลดโลกร้อนตามโครงการที่มีชื่อว่า Earth Hour ในวันที่ 29 มีนาคมนี้ แต่จากหลักฐานที่มีอยู่ปัจจุบันพบว่าการเปลี่ยนหน้า Homepage เป็นสีดำจะลดการใช้พลังงานลงน้อยมาก โครงการนี้จึงทำเพียง 1 วันเพื่อการรณงรค์เท่านั้นเพราะไม่ได้เป็นการช่วยประหยัดพลังงานตามที่หลายคนคาดไว้แต่อย่างใด

ในเว็บไซต์ของ Google ประเทศไทยกล่าวว่า
“ในวันนี้ผู้ใช้ Google ในประเทศไทยจะเห็นว่าเรา “ปิดไฟ” ที่หน้าโฮมเพจ Google.co.th เพื่อสร้างการรับรู้ถึงโครงการร่วมประหยัดพลังงานทั่วโลกซึ่งมีชื่อว่า Earth Hour

วัน เสาร์ที่ 29 มีนาคม 2008 นี้ Earth Hour ขอเชิญชวนทุกคนในโลกนี้ปิดไฟเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ตั้งแต่ 20.00– 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นในประเทศของตน ในวันนี้ เมืองต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น โคเปนเฮเกน ชิคาโก้ เมลเบิร์น ดูไบ และ เทลอาวิฟ จะจัดงานเพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการประหยัดพลังงานของตน
อ่านต่อ… »

23301_002.jpg
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร(กทม.) แถลงข่าวเรื่องการจัดกิจกรรมรณรงค์ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน- 60 Earth Hour ร่วมกับนายวิลเลี่ยม เช็ดล่า(William Schaedla) ผู้อำนวยการ WWF ประเทศไทย และ นายบีม กวี ตันจรารักษ์ ในฐานะทูต WWF ประเทศไทย

โดยนายอภิรักษ์ กล่าวว่า กทม.ในฐานะเมืองหลวงของประเทศไทย มีประชากรอยู่ 10 กว่า ล้านคน ซึ่งมีการใช้พลังงานค่อนข้างมาก ไม่น้อยไปกว่าเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก ดังนั้น กทม.จึงได้ร่วมกับ WWF และเครือข่ายพันธมิตรร่วมกันรณรงค์ลดปัญหาภาวะโลกร้อน โดยในปีนี้ กทม. และเมืองใหญ่ อีก 23 แห่งทั่วโลก ได้แก่ ซิดนีย์ เพิทธ์ เมลเบินน์ แคนเบอร่า บริสเบน อดาเลด โคเปนเฮเก้น อาฮุส อาเบิก โอเดนส์ มะนิลา ซูวา ชิคาโก เทลอาวีฟ โตรอนโต ไครส์เซิซ แอลแลนต้า ซานฟรานซิสโก ฟีนิกซ์ ออตตาวา แวนคูเวอร์ มอนทรีออล และดับบลิน จะร่วมกันปิดไฟ ในวันเสาร์ที 29 มี.ค.นี้ เวลา 20.00-21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละเมือง ทั้งนี้ กทม.กำหนดจัดกิจกรรมที่บริเวณลานเอนกประสงค์ห้าง Central World ถ.ราชประสงค์
อ่านต่อ… »

ผลกระทบต่อมหาสมุทร
บีบีซีนิวส์/เอเยนซี - พื้นที่แผ่นโลก เหลือ “มหาสมุทร” เพียงแค่ 4 % เท่านั้นที่ยังไม่ถูกมนุษย์ย่ำยี่ ซึ่งพื้นที่บริสุทธิ์ที่เหลือเป็นพื้นที่น้ำแข็งใกล้ขั้วโลกที่กำลังเผชิญการละลาย ขณะที่กว่า 40% ได้รับผลเลวร้ายแล้วจากน้ำมือมนุษย์ ระบุเป็น “เสียงปลุก” ให้ผู้กำหนดนโยบายเริ่มปฏิบัติการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล

ดร.เบนจามิน ฮัลเพิร์น (Dr Benjamin Halpern) จากศูนย์วิเคราะห์และสังเคราะห์นิเวศวิทยาแห่งสหรัฐฯ ในซานตา บาร์บารา (National Center for Ecological Analysis and Synthesis in Santa Barbara) ซึ่งเป็นหัวหน้าในการทำแผนที่โลกแสดงผลกระทบต่อมหาสมุทรอันเกิดจากการกระทำของมนุษย์นี้กล่าวว่า มนุษย์ได้สร้างผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อมหาสมุทรและระบบนิเวศที่อยู่ภายใต้ทะเล

ภาพแผนที่โลกนี้แสดงให้เห็นว่า 41% ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ 17 รายงานซึ่งสัดส่วนที่มากกว่าที่เคยคิดกัน และเพียง 4% ที่ยังไม่ได้รับความเสียหาย โดยแผนที่ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันของนักวิทยาศาสตร์จากสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และแคนาดานี้เป็นครั้งแรกที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอิทธิพลของมนุษย์ในด้านต่างๆ ที่กระทบต่อมหาสมุทร และยังได้ตรวจสอบตัวบ่งชี้คุณภาพของสิ่งแวดล้อมที่รวมถึงแนวปะการัง แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ดงสาหร่ายและคุณภาพน้ำ
อ่านต่อ… »

ต้นไม้เมา ได้ชื่อนี้จากการที่ต้นไม้เอียงอย่างไม่มีทิศทางแน่นอน สภาพนี้เป็นผลกระทบหนึ่งของภาวะโลกร้อน และไม่ได้เกิดจากลมพายุแต่อย่างใด
แต่เกิดจากน้ำแข็งชั้น Permafrost ที่รากต้นไม้หยั่งลงไปเริ่มละลาย ทำให้ไม่สามารถเกาะได้อย่างมั่นคง และเอียงอย่างไร้ทิศทาง

ชั้น Permafrost คือส่วนของดินที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งนานกว่า 2 ปีต่อเนื่องกัน ซึ่งเป็นตัวกันไม่ให้ต้นไม้หยั่งรากลึกลงไปกว่านี้ เมื่อชั้นนี้ละลาย
ต้นไม้จึงไม่มีที่ยึดเกาะ ต้นไม้อาจตายจากสภาพนี้ แต่บางส่วนอาจกลับไปตั้งตรงได้ใหม่ และเจริญเติบโตต่อได้

ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทีเดียว เพราะเคยเกิดขึ้นระหว่างช่วงหลัง Little Ice Age นั่นคือราวศตวรรษที่ 16-17

อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อสรุปแน่นอนว่า การเกิดต้นไม้เมา มีความเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน แต่ปัจจุบันได้พบต้นไม้เมามากขึ้นเรื่อยๆ

ต้นไม้เมาในแถบไซบีเรีย
ต้นไม้เมาในแถบไซบีเรีย ภาพโดย NASA

จากการประชุม IPCC ครั้งล่าสุดเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรเลีย ได้ลงนามในพิธีสารเกียวโตเรียบร้อยแล้ว

พิธีสารเกียวโต คือข้อตกลงระหว่างประเทศที่จะให้ความร่วมมือ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ที่เป็นสาเหตหลักของภาวะโลกร้อน

ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศอุตสาหกรรมเพียงประเทศเดียว ที่ไม่ลงนามในพิธีสารนี้

Kevin Rudd
ภาพ Greg Wood/AFP

http://news.nationalgeographic.com/news/2007/12/071203-AP-aus-kyoto.html

Older Posts »