<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Why world hot : หยุด! ภาวะโลกร้อน &#187; ภาวะโลกร้อน</title>
	<atom:link href="http://www.whyworldhot.com/category/global-warming/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.whyworldhot.com</link>
	<description>เว็บไซต์เกี่ยวกับ ภาวะโลกร้อน รวมทั้ง ปัญหาภาวะโลกร้อน และ วิธีในการแก้ไขปัญหา โลกร้อน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 18 May 2010 13:34:04 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>น้ำท่วม &#8211; ฝนแล้ง ผลกระทบโลกร้อน</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/global-warming-effect/drought-and-flood-from-global-warming/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/global-warming-effect/drought-and-flood-from-global-warming/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Oct 2007 12:24:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผลกระทบจากโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/global-warming/drought-and-flood-from-global-warming/</guid>
		<description><![CDATA[ภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อภูมิอากาศในปัจจุบัน ทำให้ฤดูกาลต่างๆผิดเพี้ยน ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล หน้าแล้งยาวนานขึ้น หน้าฝนก็ตกหนักจนท่วม สิ่งเหล่านี้แปรปรวนไปเพราะภาวะโลกร้อนเป็นหลัก
เนื่องจากอุณหภูมิบนพื้นโลกสูงขึ้น ทำให้น้ำในมหาสมุทรและพื้นดินระเหยไปสะสมเป็นเมฆมากขึ้น ลมพายุได้นำพาเมฆเหล่านี้เข้าสู่พื้นดิน และกลั่นตัวตกลงมาเป็นฝนตกหนัก น้ำท่วมเฉียบพลันในพื้นที่นั้นๆ เช่นน้ำท่วมในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ หรือน้ำท่วมใหญ่ในจีนที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 500 คน

ภาพน้ำท่วมในจีน มีผู้เสียชีวิตกว่า 500 คน

อย่างไรก็ตาม ภาวะโลกร้อนกลับทำให้บางพื้นที่แห้งแล้งหนัก เนื่องจากฝนไม่ตกในพื้นที่นั้นอย่างที่ควรจะเป็น แต่ไปตกหนักจนเป็นน้ำท่วมในพื้นที่อื่น
ตัวอย่างเช่นแถบแอฟริกา ทะเลสาบ Chad Lake เคยเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ 4 ประเทศ แต่ปัจจุบันกลับแห้งเหือดไปหมด นี่คือผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่น่าตกใจ

ทะเลสาบ Chad Lake ที่กลายเป็นเพียงอดีต
ป่าอะเมซอน ปัจจุบันคือผืนป่าดิบชื้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเริ่มประสบปัญหาแล้ง จากภาวะโลกร้อน


พื้นที่เช่นแอฟริกา ไซบีเรีย มองโกเลีย ประสบกับความแห้งแล้งอย่างหนัก โดยปกติ พื้นที่ในที่มีป่าจะมีน้ำมาก เนื่องจากมีไอน้ำในอากาศจากการคายน้ำของพืชมาก แต่เมื่อไม่มีน้ำฝน พืชก็ค่อยๆตายลง ทำให้บริเวณนั้นแห้งแล้งยิ่งขึ้น ป่าที่มีความชื้นต่ำและมีอุณหภูมิสูง ย่อมเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าได้มากขึ้น ดังเช่น ไฟป่าในอินโดเนเซีย ออสเตรเลีย อเมริกา หรืออะเมซอน ที่เกิดขึ้นบ่อยขึ้น ไฟป่ายังเป็นปัจจัยที่ยิ่งเร่งภาวะโลกร้อนให้รุนแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากปล่อยมลภาวะคาร์บอนอย่างมหาศาลอีกด้วย


ภาพไฟป่าใน California
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อภูมิอากาศในปัจจุบัน ทำให้ฤดูกาลต่างๆผิดเพี้ยน ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล หน้าแล้งยาวนานขึ้น หน้าฝนก็ตกหนักจนท่วม สิ่งเหล่านี้แปรปรวนไปเพราะภาวะโลกร้อนเป็นหลัก</p>
<p>เนื่องจากอุณหภูมิบนพื้นโลกสูงขึ้น ทำให้น้ำในมหาสมุทรและพื้นดินระเหยไปสะสมเป็นเมฆมากขึ้น ลมพายุได้นำพาเมฆเหล่านี้เข้าสู่พื้นดิน และกลั่นตัวตกลงมาเป็นฝนตกหนัก น้ำท่วมเฉียบพลันในพื้นที่นั้นๆ เช่นน้ำท่วมในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ หรือน้ำท่วมใหญ่ในจีนที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 500 คน</p>
<p><img src="http://www.whyworldhot.com/images/chinaflood.jpg" alt="" /><br />
ภาพน้ำท่วมในจีน มีผู้เสียชีวิตกว่า 500 คน</p>
<p><span id="more-100"></span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ภาวะโลกร้อนกลับทำให้บางพื้นที่แห้งแล้งหนัก เนื่องจากฝนไม่ตกในพื้นที่นั้นอย่างที่ควรจะเป็น แต่ไปตกหนักจนเป็นน้ำท่วมในพื้นที่อื่น<br />
ตัวอย่างเช่นแถบแอฟริกา ทะเลสาบ Chad Lake เคยเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ 4 ประเทศ แต่ปัจจุบันกลับแห้งเหือดไปหมด นี่คือผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่น่าตกใจ</p>
<p><a href="http://www.whyworldhot.com/images/chad_lake-big.jpg"><img src="http://www.whyworldhot.com/images/chad_lake.jpg" alt="" /></a><br />
ทะเลสาบ Chad Lake ที่กลายเป็นเพียงอดีต</p>
<p>ป่าอะเมซอน ปัจจุบันคือผืนป่าดิบชื้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเริ่มประสบปัญหาแล้ง จากภาวะโลกร้อน</p>
<p><img src="http://www.whyworldhot.com/images/amazonriver.jpg" alt="" /><br />
<img src="http://www.whyworldhot.com/images/amazon_drought.jpg" alt="" /></p>
<p>พื้นที่เช่นแอฟริกา ไซบีเรีย มองโกเลีย ประสบกับความแห้งแล้งอย่างหนัก โดยปกติ พื้นที่ในที่มีป่าจะมีน้ำมาก เนื่องจากมีไอน้ำในอากาศจากการคายน้ำของพืชมาก แต่เมื่อไม่มีน้ำฝน พืชก็ค่อยๆตายลง ทำให้บริเวณนั้นแห้งแล้งยิ่งขึ้น ป่าที่มีความชื้นต่ำและมีอุณหภูมิสูง ย่อมเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าได้มากขึ้น ดังเช่น ไฟป่าในอินโดเนเซีย ออสเตรเลีย อเมริกา หรืออะเมซอน ที่เกิดขึ้นบ่อยขึ้น ไฟป่ายังเป็นปัจจัยที่ยิ่งเร่งภาวะโลกร้อนให้รุนแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากปล่อยมลภาวะคาร์บอนอย่างมหาศาลอีกด้วย</p>
<p><img src="http://www.whyworldhot.com/images/californiawildfire.jpg" alt="" /><br />
<a href="http://www.whyworldhot.com/images/californiawildfire2-big.jpg"><img src="http://www.whyworldhot.com/images/californiawildfire2.jpg" alt="" /></a><br />
ภาพไฟป่าใน California</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/global-warming-effect/drought-and-flood-from-global-warming/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุณกำลังฆ่าหมีขั้วโลก โดยไม่รู้ตัว</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/global-warming/global-warming-killing-polar-bears/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/global-warming/global-warming-killing-polar-bears/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Oct 2007 12:02:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/global-warming/global-warming-killing-polar-bears/</guid>
		<description><![CDATA[คุณอาจไม่รู้ตัวว่า ภาวะโลกร้อนที่กำลังรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆอีกมาก นอกจากมนุษย์
หนึ่งในนั้นก็คือ หมีขั้วโลก สัตว์โลกที่ไม่ได้มีส่วนทำให้โลกร้อนเลย แต่กลับต้องมารับกรรมจากการกระทำของมนุษย์

ภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบกับหมีขั้วโลกอย่างไร
ภาวะโลกร้อนเพิ่มอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น แผ่นน้ำแข็งละลายมากขึ้น ในฤดูร้อน
หมีขั้วโลกมีลักษณะการหากินที่ชอบออกจากฝั่งไกล แต่จากภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น
ทำให้แผ่นน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น และมากขึ้น หลายครั้งที่หมีขั้วโลก ไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้ จนต้องจมน้ำ หรือขาดอาหารตาย
หนังสือพิมพ์ The New York Times ได้รายงานการคาดการณ์ว่า ประชากรหมีขั้วโลกจะหายไปถึง 2 ใน 3 ภายในปี 2050
Discovery Channel รายงานว่าประชากรหมีขั้วโลกในปัจจุบันลดลง 22% จาก 17 ปีที่แล้ว
คุณสามารถ ชมคลิปวิดีโอหมีขั้วโลกที่เจอผลกระทบ จาก WWF กองทุนเพื่อสัตว์ป่าระดับโลก ได้ที่นี่
ในสารคดี Planet Earth ของ BBC หรือที่ฉายในเมืองไทยในชื่อว่า ปฐพีชีวิต ได้รายงานผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อหมีขั้วโลกเช่นกัน
ทำไม หมีขั้วโลก ถึงต้องมาเป็นเหยื่อให้กับการกระทำของมนุษย์ ?
คุณสามารถลดมลภาวะของคุณเองได้ตั้งแต่วันนี้ ร่วมกันลดภาวะโลกร้อนตั้งแต่วันนี้ เพื่อโลกที่ดีขึ้น
คุณสามารถคำนวนมลภาวะคาร์บอนที่คุณปล่อยในแต่ละปีได้ที่นี่ Whyworldhot Carbon Calculator
10 วิธีลดภาวะโลกร้อนง่ายๆ 
หรือบอกต่อเพื่อนๆของคุณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คุณอาจไม่รู้ตัวว่า ภาวะโลกร้อนที่กำลังรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆอีกมาก นอกจากมนุษย์<br />
หนึ่งในนั้นก็คือ หมีขั้วโลก สัตว์โลกที่ไม่ได้มีส่วนทำให้โลกร้อนเลย แต่กลับต้องมารับกรรมจากการกระทำของมนุษย์</p>
<p><img src="http://www.whyworldhot.com/images/polarbear2.jpg" title="หมีขั้วโลกที่หาทางกลับฝั่งไม่ได้" alt="หมีขั้วโลกที่หาทางกลับฝั่งไม่ได้" width="450" /></p>
<p><strong>ภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบกับหมีขั้วโลกอย่างไร</strong><br />
ภาวะโลกร้อนเพิ่มอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น แผ่นน้ำแข็งละลายมากขึ้น ในฤดูร้อน<br />
หมีขั้วโลกมีลักษณะการหากินที่ชอบออกจากฝั่งไกล แต่จากภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น<br />
ทำให้แผ่นน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น และมากขึ้น หลายครั้งที่หมีขั้วโลก ไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้ จนต้องจมน้ำ หรือขาดอาหารตาย</p>
<p>หนังสือพิมพ์ <a href="http://www.nytimes.com/2007/09/08/science/earth/08polar.html?_r=2&amp;oref=slogin&amp;oref=slogin" target="_blank">The New York Times</a> ได้รายงานการคาดการณ์ว่า ประชากรหมีขั้วโลกจะหายไปถึง 2 ใน 3 ภายในปี 2050</p>
<p><a href="http://dsc.discovery.com/news/2006/11/16/polarbear_ani.html?category=earth&amp;guid=20061116093030" target="_blank">Discovery Channel</a> รายงานว่าประชากรหมีขั้วโลกในปัจจุบันลดลง 22% จาก 17 ปีที่แล้ว</p>
<p>คุณสามารถ ชมคลิปวิดีโอหมีขั้วโลกที่เจอผลกระทบ จาก WWF กองทุนเพื่อสัตว์ป่าระดับโลก ได้<a href="http://www.youtube.com/watch?v=UQivFU_H5pk">ที่นี่</a></p>
<p>ในสารคดี Planet Earth ของ BBC หรือที่ฉายในเมืองไทยในชื่อว่า ปฐพีชีวิต ได้รายงานผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อหมีขั้วโลกเช่นกัน</p>
<p>ทำไม หมีขั้วโลก ถึงต้องมาเป็นเหยื่อให้กับการกระทำของมนุษย์ ?<br />
คุณสามารถลดมลภาวะของคุณเองได้ตั้งแต่วันนี้ ร่วมกันลดภาวะโลกร้อนตั้งแต่วันนี้ เพื่อโลกที่ดีขึ้น<br />
คุณสามารถคำนวนมลภาวะคาร์บอนที่คุณปล่อยในแต่ละปีได้ที่นี่ <a href="http://www.whyworldhot.com/carboncalc">Whyworldhot Carbon Calculator</a><br />
<a href="http://www.whyworldhot.com/stop-global-warming/ten-things-to-do/">10 วิธีลดภาวะโลกร้อนง่ายๆ </a><br />
หรือบอกต่อเพื่อนๆของคุณ เดี๋ยวนี้ เพื่อให้ทุกคนช่วยกันมีส่วนร่วม ในการลดภาวะโลกร้อน</p>
<p>รายงานอื่นๆ เกี่ยวกับภาวะวิกฤติของหมีขั้วโลก<br />
<a href="http://online.wsj.com/public/article_print/SB113452435089621905-vnekw47PQGtDyf3iv5XEN71_o5I_20061214.html" target="_blank"> Is Global Warming Killing the Polar Bears?</a></p>
<p><a href="http://www.dailymail.co.uk/pages/live/articles/news/news.html?in_article_id=433170&amp;in_page_id=1770" target="_blank">Global warming sees polar bears stranded on melting ice</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/global-warming/global-warming-killing-polar-bears/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภาวะโลกร้อน ส่งผลกระทบต่อไฟป่าใน Alaska</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/global-warming/global-warming-cause-alaska-wildfire/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/global-warming/global-warming-cause-alaska-wildfire/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Sep 2007 14:01:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/global-warming/global-warming-cause-alaska-wildfire/</guid>
		<description><![CDATA[ป่าที่เคยชุ่มชื้นในอะลาสกา ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง และไฟป่า ซึ่งภาวะแห้งแล้งเป็นผลกระทบหนึ่งจากภาวะโลกร้อน

ภาพจาก Alaska Fire Service, AP
เนื้อข่าวจาก TIME Global Warming Photo Essay : http://www.time.com/time/photoessays/2006/global_warming/
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ป่าที่เคยชุ่มชื้นในอะลาสกา ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง และไฟป่า ซึ่งภาวะแห้งแล้งเป็นผลกระทบหนึ่งจากภาวะโลกร้อน<br />
<img src="http://www.whyworldhot.com/images/wildfirealaska.jpg" title="ไฟป่าใน Alaska" alt="ไฟป่าใน Alaska" width="450" /><br />
ภาพจาก Alaska Fire Service, AP</p>
<p>เนื้อข่าวจาก TIME Global Warming Photo Essay : <a href="http://www.time.com/time/photoessays/2006/global_warming/">http://www.time.com/time/photoessays/2006/global_warming/</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/global-warming/global-warming-cause-alaska-wildfire/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>WWF ฟันธงเหลือเวลาคิดแค่ 5 ปีหากจะแก้ &#8220;โลกร้อน&#8221;</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/global-warming/wwf-notice-5-yrs-left-to-think-solving-global-warming/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/global-warming/wwf-notice-5-yrs-left-to-think-solving-global-warming/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 May 2007 11:49:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/uncategorized/wwf-notice-5-yrs-left-to-think-solving-global-warming/</guid>
		<description><![CDATA[เอเยนซี - กองทุนสัตว์ป่าโลกเผยรัฐบาลประเทศต่างๆ จำเป็นต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ เรื่องปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใน 5 ปี เพื่อรับมือกับความต้องการ พลังงาน ที่คาดว่าจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในอีก 50 ปีข้างหน้า
องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ระบุไว้ในรายงานว่าการถ่วงเวลาออกไปอาจจะทำให้โลกต้องเผชิญกับ ภาวะโลกร้อน ขั้นอันตรายภายในเวลาชั่วชีวิตหนึ่ง หรืออาจทำให้ต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้นและเสียค่าใช้จ่ายแพงขึ้น ซึ่งอาจสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่เศรษฐกิจโลกได้
&#8220;ปัญหาสำหรับผู้นำและรัฐบาลต่างๆทั่วโลกก็คือ จะควบคุมการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่ให้อยู่ในระดับสูงจนเป็นอันตราย โดยไม่กระทบการพัฒนาประเทศและลดระดับมาตรฐานการครองชีพได้อย่างไร&#8221; เจมส์ ลีป (James Leape) ผู้อำนวยการ WWF กล่าว
&#8220;เรามีเวลาอีกน้อยนิดที่เราจะสามารถเพาะเมล็ดแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ และนั่นก็คืออีก 5 ปีข้างหน้า เราไม่สามารถปล่อยเวลาให้สูญเปล่าได้อีก&#8221; เขาเสริม

รายงานฉบับนี้ ตั้งเป้าสำหรับ อุณหภูมิ เฉลี่ยทั่วโลกภายในปี 2050 ว่าไม่ควรเพิ่มเกิน 2 องศาเซลเซียสจากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับเพิ่มขึ้น 0.7 องศาเซลเซียสแล้ว นอกจากนั้นรายงานนี้ยังตั้งเป้าตัดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 50%
WWF สนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (IPCC) จากองค์การสหประชาชาติ ที่ได้เน้นย้ำว่า เราสามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบขั้นเลวร้ายที่สุดจาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font color="#003366">เอเยนซี -<strong> กองทุนสัตว์ป่าโลกเผยรัฐบาลประเทศต่างๆ จำเป็นต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ เรื่องปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใน 5 ปี เพื่อรับมือกับความต้องการ พลังงาน ที่คาดว่าจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในอีก 50 ปีข้างหน้า</strong></font></p>
<p>องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ระบุไว้ในรายงานว่าการถ่วงเวลาออกไปอาจจะทำให้โลกต้องเผชิญกับ ภาวะโลกร้อน ขั้นอันตรายภายในเวลาชั่วชีวิตหนึ่ง หรืออาจทำให้ต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้นและเสียค่าใช้จ่ายแพงขึ้น ซึ่งอาจสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่เศรษฐกิจโลกได้</p>
<p><strong>&#8220;ปัญหาสำหรับผู้นำและรัฐบาลต่างๆทั่วโลกก็คือ จะควบคุมการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่ให้อยู่ในระดับสูงจนเป็นอันตราย โดยไม่กระทบการพัฒนาประเทศและลดระดับมาตรฐานการครองชีพได้อย่างไร&#8221;</strong> เจมส์ ลีป (James Leape) ผู้อำนวยการ WWF กล่าว</p>
<p><strong>&#8220;เรามีเวลาอีกน้อยนิดที่เราจะสามารถเพาะเมล็ดแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ และนั่นก็คืออีก 5 ปีข้างหน้า เราไม่สามารถปล่อยเวลาให้สูญเปล่าได้อีก&#8221;</strong> เขาเสริม<br />
<span id="more-66"></span><br />
รายงานฉบับนี้ ตั้งเป้าสำหรับ อุณหภูมิ เฉลี่ยทั่วโลกภายในปี 2050 ว่าไม่ควรเพิ่มเกิน 2 องศาเซลเซียสจากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับเพิ่มขึ้น 0.7 องศาเซลเซียสแล้ว นอกจากนั้นรายงานนี้ยังตั้งเป้าตัดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 50%</p>
<p>WWF สนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (IPCC) จากองค์การสหประชาชาติ ที่ได้เน้นย้ำว่า เราสามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบขั้นเลวร้ายที่สุดจาก ภาวะโลกร้อน ได้ด้วยการใช้เทศโนโลยีที่มีอยู่แล้ว ใช้พลังงานทางเลือก และดำเนินมาตรการประหยัดพลังงาน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม WWF ระบุว่า <strong>การตัดสินใจของฝ่ายเศรษฐกิจและการเมืองยังคง</strong> <strong>&#8220;มีแนวทางที่แตกต่างกันและเป็นอันตราย&#8221;</strong></p>
<p>รายงานส่งเสริมวิธีแก้สำคัญๆ 6 ประการ เช่น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น, การปลูกป่า, การเร่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ในระดับต่ำ อาทิ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ รวมไปถึง การเก็บกักสะสมพลังงาน</p>
<p>ทาง WWF ยังต้องการให้โรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานถ่านหิน เปลี่ยนมาใช้ก๊าซแทน และต้องการให้กักและแยกก๊าซคาร์บอนให้มากกว่านี้ เพื่อรับมือกับการปล่อยก๊าซดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจากการเผาไหม้ เชื้อเพลิงฟอสซิล</p>
<p>เมื่อรวมกันแล้ว วิธีเหล่านั้นอาจตัดลดการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ประมาณ 60-80% ภายในปี 2050 โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องนำมาปฏิบัติให้ทันเวลา</p>
<p>ส่วนทางแก้ในอีกด้านหนึ่ง รายงานนี้ไม่เห็นด้วยกับการใช ้พลังงานนิวเคลียร์ แม้ว่าวิธีดังกล่าวอาจไม่มีการปล่อย ก๊าซคาร์บอน เลย โดยรายงานบอกว่าเพราะการใช้ พลังงานนิวเคลียร์ อาจมีความเสี่ยงเกิดมลพิษจาก กัมมันตภาพรังสี, ความเสี่ยงแพร่กระจายอาวุธ นิวเคลียร์ และความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างและปลดระวาง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ไม่คุ้มกับประโยชน์ที่ได้</p>
<p>รายงานย้ำว่า ถ้าทุกประเทศตัดสินใจแก้ปัญหาร่วมกันภายใน 5 ปี มาตรการต่างๆก็จะเริ่มมีผลดังประสงค์ได้ภายใน 1 ทศวรรษ โดยขึ้นอยู่กับโลกความจริงว่าภาคอุตสาหกรรมจะมีความสามารถปรับตัวอย่างแข็งขันเพียงใด</p>
<p>Credit : http://manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9500000056394</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/global-warming/wwf-notice-5-yrs-left-to-think-solving-global-warming/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กทม. เตรียม ปิดไฟ 15 นาที 6 จุดหลัก เริ่มต้นรณรงค์ ลด โลกร้อน</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/global-warming/bangkok-turn-off-the-light/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/global-warming/bangkok-turn-off-the-light/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 May 2007 11:39:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/global-warming/bangkok-turn-off-the-light/</guid>
		<description><![CDATA[ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชวนชาว ก.ท.ม.ร่วมรณรงค์ลด ปัญหา ภาวะโลกร้อน ด้วยการปิดไฟวันละ 15 นาที ณ สวนลุมพินี ทั้งนี้จะมีการประเดิมปิดไฟ สถานที่ ป้าย และไฟประดับต่างๆ ใน 6 จุดหลักของกรุงเทพฯ
วันนี้(7พ.ค.)นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในวันพุธที่ 9 พฤษภาคมนี้ กรุงเทพมหานคร จะร่วมลงนามปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการลด ปัญหา ภาวะโลกร้อน ณ สำนักงานองค์การสหประชาชาติ พร้อมจัดงาน &#8220;หยุดเพิ่ม ความร้อน ใส่กรุงเทพฯ&#8221;โดยเป็นความร่วมมือจากประชาชน ภาคเอกชน และองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ร่วมกิจกรรมปิดไฟ 15 นาที เพื่อกรุงเทพฯ ของเรา
โดยกรุงเทพมหานครจะ ปิดไฟ ในส่วนของไฟอาคาร สถานที่ ป้าย และไฟประดับต่างๆ ใน 6 จุดหลักของกรุงเทพฯ คือ ถนนเยาวราช ข้าวสาร สีลม รามคำแหง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font face="tahoma" size="2"></font><font size="2"> ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชวนชาว ก.ท.ม.ร่วมรณรงค์ลด ปัญหา ภาวะโลกร้อน ด้วยการปิดไฟวันละ 15 นาที ณ สวนลุมพินี ทั้งนี้จะมีการประเดิมปิดไฟ สถานที่ ป้าย และไฟประดับต่างๆ ใน 6 จุดหลักของกรุงเทพฯ</font></p>
<p><font face="tahoma" size="2"></font><font size="2">วันนี้(7พ.ค.)นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในวันพุธที่ 9 พฤษภาคมนี้ กรุงเทพมหานคร จะร่วมลงนามปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการลด ปัญหา ภาวะโลกร้อน ณ สำนักงานองค์การสหประชาชาติ พร้อมจัดงาน &#8220;หยุดเพิ่ม ความร้อน ใส่กรุงเทพฯ&#8221;</font><font color="red">โดยเป็นความร่วมมือจากประชาชน ภาคเอกชน และองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ร่วมกิจกรรมปิดไฟ 15 นาที เพื่อกรุงเทพฯ ของเรา</font><span id="more-64"></span></p>
<p><font face="tahoma" size="2"></font><font size="2">โดยกรุงเทพมหานครจะ ปิดไฟ ในส่วนของไฟอาคาร สถานที่ ป้าย และไฟประดับต่างๆ ใน 6 จุดหลักของกรุงเทพฯ คือ ถนนเยาวราช ข้าวสาร สีลม รามคำแหง รัชดาภิเษก และถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ในเวลา 19.00 &#8211; 19.15 น. เพื่อเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้น การ รณรงค์ และ ปฏิบัติการ แก้ ปัญหาโลกร้อน โดยมีศูนย์กลางการจัดงานที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ พลาซ่า</font></p>
<p><font face="tahoma" size="2"></font><font size="2">ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงที่มีประชากรมากถึง 12 ล้านคน ปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สูงกว่าร้อยละ 40 ของก๊าซทั้งหมดที่เกิดขึ้นในประเทศ จึงเชื่อว่าหากประชาชนร่วมกัน ปิดไฟ เพียงวันละ 15 นาที จะช่วย ลดก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ ได้เป็นจำนวนมาก</font></p>
<p><font face="tahoma" size="2"></font><font size="2">ปล.ส่วนตัวชอบโครงการนี้มากๆครับ อยากให้ประเทศไทย หรือ กทม  เป็นแกนนำในการรณรงค์เรื่อง ภาวะโลกร้อน มานานละ ชื่นชมครับชื่นชม</font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/global-warming/bangkok-turn-off-the-light/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไทย พร้อมใช้ พลังงานทดแทน ลด ?โลกร้อน? ตามมติ ?ไอพีซีซี?</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/global-warming/thai-ready-to-help-ipcc/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/global-warming/thai-ready-to-help-ipcc/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 05 May 2007 12:49:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/global-warming/thai-ready-to-help-ipcc/</guid>
		<description><![CDATA[ภายหลัง คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ หรือไอพีซีซี (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) ได้แถลงรายงานฉบับที่ 3 ณ ศูนย์การประชุม สหประชาชาติ กรุงเทพฯ เมื่อบ่ายวันที่ 4 พ.ค.นี้ โดยเสนอทางเลือกด้านพลังงานให้ประเทศภาคี 189 ประเทศใช้เป็นมาตรการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ด้วยนโยบาย พลังงานทดแทน หรือ พลังงานหมุนเวียน และลดการใช พลังงานฟอสซิล หนุนการใช ้พลังงานสะอาด

นายเกษมสันต์ จิณณวาโส เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ประเทศไทย สามารถพิจารณาใช้ทางเลือกที่มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ตามแนวทางของ ไอพีซีซี ดังนี้ คือ 1.ทางเลือกในการลด ก๊าซเรือนกระจก ในภาคพลังงาน โดยการลงทุนในภาคพลังงานจะมีส่วนสำคัญต่อปริมาณ ก๊าซเรือนกระจก ที่ลดได้ภายในปี 2030 ซึ่งการลดการปล่อย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ภายหลัง <a href="http://www.ipcc.ch/" target="_blank">คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ หรือไอพีซีซี (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC)</a> ได้แถลงรายงานฉบับที่ 3 ณ ศูนย์การประชุม สหประชาชาติ กรุงเทพฯ เมื่อบ่ายวันที่ 4 พ.ค.นี้ โดยเสนอทางเลือกด้านพลังงานให้ประเทศภาคี 189 ประเทศใช้เป็นมาตรการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ด้วยนโยบาย พลังงานทดแทน หรือ พลังงานหมุนเวียน และลดการใช พลังงานฟอสซิล หนุนการใช ้พลังงานสะอาด<br />
<span id="more-63"></span><br />
นายเกษมสันต์ จิณณวาโส เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ประเทศไทย สามารถพิจารณาใช้ทางเลือกที่มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ตามแนวทางของ ไอพีซีซี ดังนี้ คือ 1.ทางเลือกในการลด ก๊าซเรือนกระจก ในภาคพลังงาน โดยการลงทุนในภาคพลังงานจะมีส่วนสำคัญต่อปริมาณ ก๊าซเรือนกระจก ที่ลดได้ภายในปี 2030 ซึ่งการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ในภาคพลังงานทำได้โดยการลงทุนด้าน พลังงานทดแทน และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช ้พลังงานทางเลือก ที่สามารถทำได้ในปัจจุบัน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการลด ก๊าซเรือนกระจก ในอนาคต</p>
<p>?การใช้เทคโนโลยีเพื่อกักเก็บ ก๊าซเรือนกระจก แต่ต้องขึ้นอยู่กับการพัฒนาด้านเทคนิคและความเป็นไปได้ทาง เศรษฐศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีทางเลือกอื่น เช่น  พลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งมีการพูดกันว่าถือเป็นพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพในการลด ก๊าซเรือนกระจก แต่ยังมีข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคง?</p>
<p>นายเกษมสันต์กล่าวพร้อมเสนอทางเลือกที่ 2 ในการลด ก๊าซเรือนกระจก ในภาคคมนาคมและขนส่ง ซึ่งสามารถลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ได้โดยใช ้เชื้อเพลิงชีวภาพ ให้เพิ่มขึ้นและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ ระบบขนส่งมวลชน สาธารณะ ทางเลือกที่ 3 คือ ลด ก๊าซเรือนกระจก จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร ทางเลือกที่ 4. คือลด ก๊าซเรือนกระจก ในภาคอุตสาหกรรม ด้วยการปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัยเพื่อลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ทางเลือกที่ 5 คือลด ก๊าซเรือนกระจก ในภาคการเกษตร</p>
<p><strong>?คาดว่าภายในปี 2030 การลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ในภาคเกษตรน่าจะทำได้โดยการดูดซับ ก๊าซเรือนกระจก ในดิน ซึ่ง ประเทศไทย ต้องจับตาเรื่อง การบุกรุก พื้นที่ป่า เพราะป่าสำคัญในการจะช่วยดูดซับก๊าซลงดิน?</strong> เลขาธิการ สผ.กล่าว</p>
<p>ทางเลือกที่ 6 ในการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคป่าไม้นั้น นายเกษมสันต์กล่าวว่าหากลดการ ตัดไม้ทำลายป่า ลงจะช่วยให้เกิดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ที่ลดลงได้ 50% ซึ่งการลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในภาค ป่าไม้ ทำได้โดยเพิ่มโอกาสในการดำเนินโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาดด้าน ป่าไม้ และทางเลือกที่ 7 ลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ในภาคการจัดการของเสีย ซึ่งประเทศไทยจะต้องเฝ้าระวังเรื่อง การเผาขยะ หรือ มลพิษ จากการ เผาไหม้ และการจัดการน้ำเสีย</p>
<p>นายเกษมสันต์ กล่าวอีกว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการนำเสนอ สถานการณ์และ ผลกระทบ จากการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก เพื่อกระตุ้นให้แต่ละประเทศกำหนดมาตรการและนโยบายใน การลด การปล่อย ก๊าซเรือนกระจก โดยประเทศสมาชิกจะให้ความร่วมมือด้านวิชาการแก่กัน ซึ่งนโยบายของประเทศไทยก็อยู่ในหลักเดียวกับไอพีซีซีอยู่แล้ว</p>
<p>ด้านนางอารีย์ วัฒนา ทุมมาเกิด ผู้อำนวยการกลุ่มวิเคราะห์มาตรการ สผ. กล่าวว่าที่ประชุมมีการพูดถึงการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ว่าประเทศสหรัฐมีการปล่อยมากที่สุด 33% และประเทศพัฒนาแล้วที่ถูกจับตามองให้ลดการปลดปล่อย ซึ่งที่ประชุมได้พยายามจะนำประเทศที่มีการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก มากรองลงมาคือ จีน อินเดีย บราซิล เข้ามาอยู่ในกลุ่ม ประเทศพัฒนา แล้วที่จะต้องลดการปล่อยตามเป้าหมายด้วย สำหรับประเทศไทยการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก อยู่ที่ 0.6% ถือว่าน้อยมาก และประเทศไทยมีแนวทางการใช้ พลังงานหมุนเวียน และ พลังงานทดแทน ที่สอดคล้องกับนโยบายของ ไอพีซีซี</p>
<p>ทั้งนี้นายราเชนทรา ปาจาอุรี (Rajendra Pachauri) ประธาน ไอพีซีซีได้กล่าวถึงแนวโน้มการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก แผนระยะสั้นและกลางใน การลด ปริมาณ การปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ภายในปี ค.ศ.2030 และแผนระยะยาวใน การลด การปล่อย ก๊าซเรือนกระจก หลังจากนั้น รวมทั้ง นโยบาย มาตรการและกลไกในการดำเนินงานและการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อชะลอ การเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ</p>
<p>พร้อมกันน ประธาน ไอพีซีซี ได้ให้ข้อมูลจากรายงานการศึกษาว่าปริมาณการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ของทั้งโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ทศวรรษหน้า หากไม่มีการกำหนดนโยบายเพื่อชะลอ การเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ หรือมีนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 25-90% ในปี ค.ศ.2030 เมื่อเทียบกับปริมาณการปล่อยในปีค.ศ.2000 และหากการพึ่งพา เชื้อเพลิงฟอสซิล ยังดำเนินต่อไปหลังปี ค.ศ.2030 มีการคาดว่าการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จะเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 40-110%</p>
<p>Credit : http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9500000051193</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/global-warming/thai-ready-to-help-ipcc/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>UN จัดประชุม ผู้เชี่ยวชาญ ที่ กทม.</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/global-warming/ipcc-global-warming-at-bangkok/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/global-warming/ipcc-global-warming-at-bangkok/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Apr 2007 14:03:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/global-warming/ipcc-global-warming-at-bangkok/</guid>
		<description><![CDATA[เอเอฟพี ? บรรดา ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมเป็นเวลา 5 วันตั้งแต่วันจันทร์ (30) นี้ที่ กรุงเทพฯ อันจัดขึ้นโดยหน่วยงานด้าน ความเปลี่ยนแปลง ของ บรรยากาศ ที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดของ สหประชาชาติ เตรียมที่จะเสนอต่อบรรดาผู้นำของโลกว่า ช่องทางโอกาสที่จะ แก้ปัญหาโลกร้อน ด้วยการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก นั้น กำลังหดแคบลงทุกทีแล้ว อย่างไรก็ตาม เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับทำงานนี้มีอยู่แล้วพรักพร้อม และ ค่าใช้จ่าย ก็ยังอยู่ในระดับ ไม่แพง

ด้วยการผสมผสานนโยบายและเทคโนโลยีต่างๆ อย่างฉลาดหลักแหลม ค่าใช้จ่ายในการประคับประคองระดับ ไอเสีย เรือนกระจก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกสาร คาร์บอน อย่างเช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้คงที่อยู่ใกล้แถวๆ 75% เหนือระดับในปัจจุบัน ภายในปี 2030 นั้น จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน (จีดีพี) ของโลกเพียงแค่ 0.2%
แต่ถ้าต้องการทำให้ดีกว่านั้น นั่นคือ ให้มีการปล่อยไอเสีย คาร์บอน คงที่ในระดับสูงกว่าปัจจุบันเพียงราวๆ แค่ 50% แล้ว ก็จะใช้จีดีพีโลกประมาณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เอเอฟพี ? บรรดา ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมเป็นเวลา 5 วันตั้งแต่วันจันทร์ (30) นี้ที่ กรุงเทพฯ อันจัดขึ้นโดยหน่วยงานด้าน ความเปลี่ยนแปลง ของ บรรยากาศ ที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดของ สหประชาชาติ เตรียมที่จะเสนอต่อบรรดาผู้นำของโลกว่า ช่องทางโอกาสที่จะ แก้ปัญหาโลกร้อน ด้วยการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก นั้น กำลังหดแคบลงทุกทีแล้ว อย่างไรก็ตาม เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับทำงานนี้มีอยู่แล้วพรักพร้อม และ ค่าใช้จ่าย ก็ยังอยู่ในระดับ ไม่แพง<br />
<span id="more-61"></span><br />
ด้วยการผสมผสานนโยบายและเทคโนโลยีต่างๆ อย่างฉลาดหลักแหลม ค่าใช้จ่ายในการประคับประคองระดับ ไอเสีย เรือนกระจก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกสาร คาร์บอน อย่างเช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้คงที่อยู่ใกล้แถวๆ 75% เหนือระดับในปัจจุบัน ภายในปี 2030 นั้น จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน (จีดีพี) ของโลกเพียงแค่ 0.2%</p>
<p>แต่ถ้าต้องการทำให้ดีกว่านั้น นั่นคือ ให้มีการปล่อยไอเสีย คาร์บอน คงที่ในระดับสูงกว่าปัจจุบันเพียงราวๆ แค่ 50% แล้ว ก็จะใช้จีดีพีโลกประมาณ 0.6%</p>
<p>สถานการณ์สมมุติเหล่านี้ ที่ได้จากการศึกษาคาดคำนวณของบรรดาผู้เชี่ยวชาญ กำลังถูกร่างบรรจุไว้ในรายงานฉบับหนึ่ง ซึ่งจะนำออกเผยแพร่ที่กรุงเทพฯ ในวันศุกร์ (4พ.ค.) อันเป็นวันสุดท้ายในการประชุมซึ่งจัดโดย คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศ (ไอพีซีซี) หน่วยงานของ ยูเอ็น ซึ่งได้รับความเชื่อถือว่าเชี่ยวชาญที่สุดเรื่อง โลกร้อน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่ายังจะมีการอภิปรายถกเถียงกันอย่างดุเดือด ระหว่างที่เหล่าผู้แทนของชาติสมาชิกต่างๆ ประชุมกันเป็นการภายใน เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน โดยเฉพาะในส่วนบทสรุปย่อสำหรับผู้บริหารของรายงานฉบับนี้ ซึ่งจะมีอิทธิพลสำคัญยิ่งต่อบรรดาผู้กำหนดนโยบายในทั่วโลก</p>
<p>ประเด็นซึ่งคงเกิดการโต้เถียงกันหนัก มีอาทิ เพดานสูงสุดระดับ คาร์บอนไดออกไซด์ ที่จะยอมให้ปล่อยสู่ บรรยากาศ ได้, ภาษีที่จะจัดเก็บจากการปล่อย ไอเสีย คาร์บอน, ตลอดจนการเอ่ยพาดพิงถึง พิธีสารเกียวโต ซึ่งประเด็นหลังนี้ถือเป็นของแสลงสำหรับ ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช</p>
<p>นอกจากนั้น ยังอาจมีการทะเลาะกันในประเด็นอย่างเช่น จะเสนอแนะให้ใช้ พลังงานนิวเคลียร ์เป็นทางเลือกหนึ่ง ทดแทนการใช้ เชื้อเพลิงฟอสซิล จากพวก น้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซ และ ถ่านหิน หรือไม่ ตลอดจนประเด็นเรื่อง การเก็บกัก คาร์บอน อันเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่งผุดขึ้นใหม่ๆ ซึ่งเสนอว่าอาจเป็นไปได้ที่จะ แก้ปัญหา ด้วยการนำเจ้า ก๊าซเรือนกระจก ไปเก็บไว้ใต้ดินลึกๆ</p>
<p>รายงานที่จะออกที่ กรุงเทพฯ นี้ ถือเป็นตอนสุดท้ายของรายงานรวม 3 ตอนของ ไอพีซีซี ซึ่งมุ่งปรับปรุงเพิ่มพูนความรู้ด้าน การเปลี่ยนแปลง ของ บรรยากาศโลก ให้ทันสมัยที่สุด โดยอาศัยงานศึกษาวิจัยของ นักวิทยาศาสตร ์ในทั่วโลก 2,500 คนเป็นพื้นฐาน</p>
<p>ในรายงานตอนสุดท้ายนี้ จะระบุ นโยบาย, เทคโนโลยี, และมาตรการที่จะชะลอหรือกระทั่งยุติ ภาวะโลกร้อน ได้ในที่สุด</p>
<p>ร่างรายงานซึ่ง เอเอฟพี ได้รับมา ยังไม่ได้ถึงขั้นยื่นข้อเสนอแนะอะไร แต่บอกว่าเหลือเวลาให้สูญเปล่าไปน้อยเต็มทีแล้ว</p>
<p>ขณะเดียวกัน ร่างรายงานก็ชี้ว่า หนทางและเครื่องมือที่จะสู้ ปัญหา ไอเสีย นั้น เรามีกันอยู่ในมือแล้วหรือไม่ก็กำลังจะได้มาในเร็ววันนี้</p>
<p>ทางเลือกเหล่านี้มีอาทิ การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไม่ว่าในการก่อสร้าง อุตสาหกรรม หรือการขนส่ง, การใช้กลไกทาง เศรษฐกิจ หรือการคลังเพื่อกระตุ้นส่งเสริม พลังงาน ซึ่งนำกลับมาใช้ใหม่ได้ อาทิ ลม แสงอาทิตย์ และ ความร้อนใต้พิภพ, การให้แรงจูงใจใน ภาคป่าไม้ และ การเกษตร ซึ่งรวมแล้วเป็นตัวปล่อย ก๊าซเรือนกระจก กว่า 30% ของยอดรวมทั้งหมด</p>
<p>วิธีที่จะลดการปล่อย ไอเสีย คาร์บอน ได้มากๆ อีกวิธีหนึ่งได้แก่ การกำหนด มาตรฐาน ที่เข้มงวดขึ้นสำหรับ อาคารบ้านเรือน, ยานพาหนะ ที่ใช้ เครื่องยนต์, และอุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งหลาย</p>
<p>อย่างไรก็ดี สาระสำคัญของ มาตรการ ทั้งหมด เหล่านี้ ได้แก่ การสร้าง ?ราคาคาร์บอน? ขึ้นมา หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือการผ่องถ่ายค่าใช้จ่ายด้าน มลพิษไปให้แก่ผู้ผลิตและผู้บริโภคแบกรับ เพราะนั่นจะเป็นแรงจูงใจอันทรงพลังให้เกิด เทคโนโลยี ใช้ พลังงาน อย่างทรง ประสิทธิภาพ และปล่อย ไอเสีย คาร์บอน ต่ำ</p>
<p>ร่างรายงานชี้ว่า ยิ่งราคา คาร์บอน สูง ก็ยิ่งมีศักยภาพใน การลด การปล่อยไอเสีย เป็นต้นว่า หาก ราคาคาร์บอน นี้ถูกกำหนดให้อยู่ในระดับตันละ 20 ดอลลาร์ นั่นคือ ผู้ผลิต และ ผู้บริโภค ต้องเฉลี่ยรับภาระกันไปในระดับนี้แล้ว จะทำให้ลดการปล่อย ไอเสีย คาร์บอน ได้ระหว่าง 9,000 ? 18,000 ล้านตันต่อปี หรือถ้าราคาพุ่งเป็นตันละ 100 ดอลลาร์ ก็จะลด การปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ได้ 16,000 ? 30,000 ล้านตันต่อปีทีเดียว</p>
<p>ทว่าเรื่องที่ดีสำหรับ สิ่งแวดล้อม อาจขัดแย้งกับ ภาวะเศรษฐกิจ ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในเมื่อ น้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซ และ ถ่านหิน ยังน่าจะเป็นแหล่ง พลังงานหลักของโลก ไปอีกหลายสิบปี ทั้งนี้ตามการศึกษาของ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ(ไออีเอ)</p>
<p>เหล่า นักเศรษฐศาสตร์ โต้แย้งว่า ถ้า ราคาคาร์บอน ขึ้นสูงไปและเร็วไป พวกเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพิง เชื้อเพลิงฟอสซิล ก็มีหวังพังพาบเป็นแถวๆ</p>
<p>Credit : http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9500000048658</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/global-warming/ipcc-global-warming-at-bangkok/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ระดมสมองนักวิทย์โลกถก โลกร้อน! เกษตรกรไทยเสียหายยับ</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/stop-global-warming/scientist-help-global-warming/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/stop-global-warming/scientist-help-global-warming/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Apr 2007 02:24:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[หยุด ภาวะโลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/global-warming/scientist-help-global-warming/</guid>
		<description><![CDATA[สหประชาชาติเตรียมรายงานฉบับที่ 3 ของไอพีซีซีออกเผยแพร่ ในเวทีประชุมเรื่อง ภาวะโลกร้อน ที่กรุงเทพฯ สัปดาห์หน้า ย้ำอุณหภูมิโลกเพิ่มแค่ 2 องศา 2,000 ล้านคนทั่วโลกต้องขาดแคลนน้ำสิ่งมีชีวิตร้อยละ 30 ต้องสูญพันธุ์
ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ภาวะโลกร้อน ปลายเดือนนี้ มีนักวิทยาศาสตร์และตัวแทนรัฐบาล 2,000 คน จาก 189 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม ศูนย์ START ระบุน้ำทะเลฝั่งอันดามันและอ่าวไทยสูงขึ้น 2-8 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นผลจาก โลกร้อน

ทุกคนต่างรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนผิดปกติในปัจจุบัน และมีการพูดถึงเรื่อง ภาวะโลกร้อนกันอย่างกว้างขวาง ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 เมษายน นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงการจัดประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ไอพีซีซี) ในประเทศไทย ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน-4 พฤษภาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ องค์การสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร ว่า การประชุมดังกล่าวจะมีนักวิทยาศาสตร์และผู้แทนรัฐบาลจาก 189 ประเทศทั่วโลก จำนวน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สหประชาชาติเตรียมรายงานฉบับที่ 3 ของไอพีซีซีออกเผยแพร่ ในเวทีประชุมเรื่อง ภาวะโลกร้อน ที่กรุงเทพฯ สัปดาห์หน้า ย้ำอุณหภูมิโลกเพิ่มแค่ 2 องศา 2,000 ล้านคนทั่วโลกต้องขาดแคลนน้ำสิ่งมีชีวิตร้อยละ 30 ต้องสูญพันธุ์</p>
<p>ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ภาวะโลกร้อน ปลายเดือนนี้ มีนักวิทยาศาสตร์และตัวแทนรัฐบาล 2,000 คน จาก 189 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม ศูนย์ START ระบุน้ำทะเลฝั่งอันดามันและอ่าวไทยสูงขึ้น 2-8 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นผลจาก โลกร้อน<br />
<span id="more-59"></span><br />
ทุกคนต่างรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนผิดปกติในปัจจุบัน และมีการพูดถึงเรื่อง ภาวะโลกร้อนกันอย่างกว้างขวาง ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 เมษายน นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงการจัดประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ไอพีซีซี) ในประเทศไทย ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน-4 พฤษภาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ องค์การสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร ว่า การประชุมดังกล่าวจะมีนักวิทยาศาสตร์และผู้แทนรัฐบาลจาก 189 ประเทศทั่วโลก จำนวน 2,000 คน เข้าร่วมประชุมทางด้านวิชาการ โดยเนื้อหารายงานวิจัยจะว่าด้วยการทบทวนสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน และการคาดการณ์ในอนาคต รวมถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะสรุปผลการประชุมอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จึงคงต้องขอสรุปจากรายงานฉบับนี้ก่อนว่าจะกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่ จึงจะบอกได้ว่าประเทศไทยควรจะมีท่าทีอย่างไร</p>
<p>ผศ.ดร.กัณฑรีย์ บุญประกอบ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และรองประธานคณะกรรมการคณะที่ 1 ของไอพีซีซี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมของกลุ่มที่ 3 เกี่ยวกับเทคนิคและเทคโนโลยีการลดก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของ สภาวะโลกร้อน โดยแต่ละประเทศอ่านรายงานสรุปให้ผู้บริหาร เพื่อพิจารณาว่าจะยอมรับรายงานชิ้นดังกล่าวหรือไม่ ในส่วนของประเทศไทย ทางสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) ทส. เป็นผู้เสนอรายงาน</p>
<p>&#8220;การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมปิด ซึ่งจะนำเสนอเนื้อหาด้านเทคนิคและวิชาการ เกี่ยวกับการลดก๊าซ เรือนกระจก โดยให้แต่ละประเทศอ่านรายงานสรุปให้ผู้บริหารเพื่อลงมติยอมรับ เมื่อประชุมเสร็จสิ้นแล้ว คงมีรายงานสรุปว่า บทความชิ้นใดบ้างที่ได้รับการยอมรับ&#8221; ผศ.ดร.กัณฑรีย์ กล่าว</p>
<p>วันเดียวกัน ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (START) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในเวที &#8221; สื่อไทยเท่าทัน ภาวะโลกร้อน &#8221; ว่า ปัจจุบันอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลสูงขึ้น จากการสำรวจที่ผ่านมา พบว่า ระดับน้ำทะเลในทะเลอันดามัน สูงประมาณ 7-8 มิลลิเมตร ขณะที่ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทย สูงประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ซึ่งการเพิ่มขึ้นดังกล่าวตามหลักทฤษฎีเกี่ยวข้องกับ ภาวะโลกร้อน อย่างไรก็ตาม จะทำการตรวจวัดระดับน้ำทะเลทั้งสองบริเวณอีกครั้ง โดยใช้เครื่องตรวจวัดการเคลื่อนตัวในแนวดิ่งของพื้นโลก เพื่อศึกษาว่าแผ่นดินที่ตรวจเกิดการทรุดตัวหรือไม่ คาดว่าภายใน 1 ปีจะสามารถยืนยันความถูกต้องของระดับน้ำทะเลได้</p>
<p>ดร.อานนท์ กล่าวถึงการเกิดฝนลูกเห็บในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศว่า คนเข้าใจว่าอาจมีส่วนสัมพันธ์กับ ภาวะโลกร้อน หากพิจารณาแล้วก็อาจเกี่ยวข้อง เพราะฝนลูกเห็บเกิดจากพายุฤดูร้อนซึ่งเกิดจากมวลอากาศร้อน ที่มีความชื้นและลอยสูงขึ้นไปปะทะกับมวลอากาศเย็น จนเกิดปฏิกิริยากลายเป็นน้ำแข็งตกลงมาเป็นลูกเห็บ ปรากฏการณ์ดังกล่าวหากเกิดถี่ในแต่ละปีก็อาจมีส่วนสัมพันธ์กับ ภาวะโลกร้อน แต่จำเป็นต้องศึกษาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี จึงจะสรุปได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีสิทธิเกิดฝนลูกเห็บได้เช่นกัน เพราะช่วงนี้พายุฤดูร้อนเข้ามาภาคกลาง ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ซึ่งเรื่องนี้พยากรณ์ยากมาก ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ แต่ภูมิปัญญาชาวบ้านจะสังเกตโดยดูว่า ช่วงไหนที่อากาศร้อนอบอ้าวมากๆ รู้สึกว่าตัวเหนียวเหนอะหนะ</p>
<p>วันเดียวกัน นายมาร์ติน ฮิลเลอร์ เจ้าหน้าที่โครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ของกองทุนสัตว์ป่าโลก (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) แถลงว่า ไอพีซีซีที่กรุงเทพฯ พร้อมกับเตรียมนำร่างรายงานฉบับที่ 3 ของไอพีซีซีออกเผยแพร่ระหว่างจัดการประชุมด้วย ซึ่งรายงานฉบับนี้จะส่งสัญญาณชัดเจนไปยังรัฐบาลทั่วโลกว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ ภัยโลกร้อน สามารถแก้ไขได้หากทุกฝ่ายจริงจังที่จะดำเนินการ และการดำเนินการนี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก หากใช้ระบบซื้อขายโควตาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบที่ใช้ในยุโรป พร้อมกับย้ำว่า โลกสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ หากหลีกเลี่ยงการใช้เชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมาก อย่างถ่านหิน แล้วหันมาใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลดการตัดไม้ทำลายป่า</p>
<p>ก่อนหน้านี้ รายงาน 2 ฉบับแรกของไอพีซีซี ระบุว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างไม่มีขีดจำกัด อาจทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นถึง 6 องศาเซลเซียส ภายในปี 2643 และหากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นแม้เพียง 2 องศาเซลเซียส ก็อาจส่งผลกระทบทำให้ผู้คนทั่วโลกถึง 2,000 ล้านคน ที่ต้องประสบภาวะขาดแคลนน้ำภายในปี 2593 จนอาจทำให้สิ่งมีชีวิตร้อยละ 20-30 สูญพันธุ์ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศที่ปล่อยก๊าซรายใหญ่ อย่างสหรัฐ จีน และอินเดีย ลงนามและปฏิบัติตามข้อตกลงในพิธีสารเกียวโต ที่กำหนดขึ้นเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซอื่นๆ ที่ก่อให้เกิด ภาวะเรือนกระจก หรือ ปรากฎการณ์เรือนกระจก</p>
<p>ทั้งนี้ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลของไอพีซีซี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2531 เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศโลก ซึ่งประกอบด้วย นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านชั้นบรรยากาศ นักสมุทรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำแข็ง นักเศรษฐศาสตร์ นักสังคมศาสตร์ นักชีววิทยา และผู้เชี่ยวชาญระดับหัวกะทิจากประเทศต่างๆ ซึ่งในการประชุมที่กรุงเทพฯ ในสัปดาห์หน้านี้ ไอพีซีซีจะเปิดเผยรายงานการสอบสวนการเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศโลกชิ้นใหญ่ที่สุดของทางกลุ่ม หลังจากที่สอบสวนมานานถึง 6 ปีด้วย</p>
<p>บรรดาสมาชิกที่ร่วมจัดทำรายงานประเมินว่า รายงานฉบับนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางการเมืองและสังคมทั่วโลก ขณะที่ นายแอนดี เพียซ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประชาคมโลกเริ่มเห็นว่า สภาพภูมิอากาศที่ไม่แน่นอนนั้นเป็นเป็นภัยที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วนและจริงจัง เนื่องจากเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิต และทุกคนต้องร่วมมือแก้ปัญหานี้ด้วยกัน ซึ่งทางอังกฤษจะส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมการประชุมที่กรุงเทพฯ ด้วย</p>
<p>นายประจญ ปรัชญ์สกุล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากสภาพความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่บริเวณภาคเหนือตอนบนมีอากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้นได้ในหลายพื้นที่ จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อคืนวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา มีลมกระโชกแรงและมีฝนตกในพื้นที่ อ.เมือง อ.แม่ริม และ อ.เชียงดาว</p>
<p>นายชนะชัย เศรษฐพัฒน์ นายอำเภอเชียงดาว กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดจากลมกระโชกแรงเมื่อคืนที่ผ่านมามีไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ทางอำเภอได้ตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสามารถเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านได้ทันท่วงทีหากมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น</p>
<p>อุตุนิยมวิทยาจังหวัดกาฬสินธุ์ คาดการณ์ว่า ในอีก 1 เดือนข้างหน้า จ.กาฬสินธุ์ จะเริ่มเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ เนื่องจากไม่มีฝนตกในพื้นที่ อีกทั้งในเกณฑ์เฉลี่ยของสภาพอากาศ มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 38 องศาเซลเซียส ประชาชนควรเตรียมตัวรับมือกับปัญหาภัยแล้งไว้ด้วย</p>
<p>นายวิชัย แซ่อั้ง พนักงานเดินเครื่อง โรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนอุบลรัตน์ กล่าวว่า น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ มีปริมาณ 1,226.16 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากความจุเต็มที่ 2,226.63 ล้าน ลบ.ม. แต่ยังคงปล่อยน้ำตามปกติวันละ 4.2 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน โดยจังหวัดขอนแก่นและชลประทานหนองหวายยังไม่มีแผนในการหยุดปล่อยน้ำแต่อย่างใด เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่เขตชลประทาน</p>
<p>นางกัญญา เตโซ ชาวสวนลิ้นจี่ ใน จ.นครพนม กล่าวว่า อากาศร้อนทำให้ชาวสวนต่างได้รับความเดือดร้อน เพราะผลลิ้นจี่ไม่สุกตรงตามฤดูกาล ปกติลิ้นจี่จะสุกและนำออกขายได้ในช่วงปลายเดือนเมษายน แต่ปีนี้ลิ้นจี่ยังไม่สุกเต็มที่ จึงทำให้ขาดรายได้</p>
<p>ขณะที่กลุ่มผู้เลี้ยงโคนมบ้านโนนสวรรค์ หมู่ 8 ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร ที่ผลิตน้ำนมดิบส่งเข้าโรงนมภูพาน ต้องประสบปัญหาวัวนมที่เลี้ยงผลิตน้ำนมได้น้อยลง นายธีระ บัวทะราช เกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงโคนม กล่าวว่า เลี้ยงวัวนม 30 ตัว ปกติวัวแต่ละตัวจะรีดน้ำนมได้วันละ 15-20 กิโลกรัม แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาพอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้วัวให้น้ำนมได้น้อยลง เหลือตัวละ 8-11 กิโลกรัมเท่านั้น</p>
<p>เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 เมษายน ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำในหลายพื้นที่ของ จ.พิษณุโลก สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนราษฎรหลายจุด บริเวณหลัก กม.ที่ 41 ถนนสายพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม พายุได้พัดต้นไม้ล้มกีดขวางเส้นทางถนน 4 เลน เจ้าหน้าที่แขวงการทางพิษณุโลกจึงนำเลื่อยยนต์มาตัดกิ่งไม้ออกจากเส้นทาง</p>
<p>นายธนภัทร พงษ์ภมร ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดกว่า 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้สัตว์ภายในสวนสัตว์เกิดอาการเครียด ทางสวนสัตว์เชียงใหม่จึงใช้สเปรย์น้ำพ่นเพิ่มความชุ่มชื้น อีกทั้งมีการนำกระสอบชุบน้ำมาไว้ในคอกสัตว์ พร้อมทำร่มเงาเพิ่มให้สัตว์ที่ต้องอยู่กลางแจ้ง และมีการแจกจ่ายนำแข็งให้ลิงชิมแปนซีเพื่อคลายร้อนอีกด้วย</p>
<p>Credit : http://komchadluek.net/2007/04/28/a001_111290.php?news_id=111290</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/stop-global-warming/scientist-help-global-warming/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Stephen Hawking warns about Global warming</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/global-warming/hawking-warns-global-warming/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/global-warming/hawking-warns-global-warming/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Apr 2007 13:51:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/global-warming/hawking-warns-global-warming/</guid>
		<description><![CDATA[เก่าแล้วนะครับ เอามาให้ดูเฉยๆ เพราะมีนักวิทยาบางกลุ่มที่คัดค้านเรื่อง ภาวะโลกร้อน บางที่ก็อ้างว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ทรงคุณวุฒิ ผมเลยเอานักวิทยาศาสตร์ที่มี&#8221;คุณวุฒิ&#8221; จริงๆมาให้ดู
http://www.usatoday.com/tech/science/2006-06-22-hawking-warming_x.htm
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เก่าแล้วนะครับ เอามาให้ดูเฉยๆ เพราะมีนักวิทยาบางกลุ่มที่คัดค้านเรื่อง ภาวะโลกร้อน บางที่ก็อ้างว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ทรงคุณวุฒิ ผมเลยเอานักวิทยาศาสตร์ที่มี&#8221;คุณวุฒิ&#8221; จริงๆมาให้ดู</p>
<p><a href="http://www.usatoday.com/tech/science/2006-06-22-hawking-warming_x.htm">http://www.usatoday.com/tech/science/2006-06-22-hawking-warming_x.htm</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/global-warming/hawking-warns-global-warming/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รายงานฉบับสอง &#8220;ไอพีซีซี&#8221; ระบุมนุษย์หลายพันล้านต้องเผชิญผล &#8220;ภาวะโลกร้อน&#8221;</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/global-warming/second-ipcc-report/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/global-warming/second-ipcc-report/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Apr 2007 13:46:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/global-warming/second-ipcc-report/</guid>
		<description><![CDATA[เอเอฟพี/เอเจนซี/บีบีซีนิวส์ ? &#8220;ไอพีซีซี&#8221; เปิดรายงาน โลกร้อน ฉบับที่สองระบุปัญหาภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงจะส่งผลกระทบต่อผู้คนนับพันล้านในทุกทวีปอย่างหนีไม่พ้น โดยผู้ที่ต้องแบกรับภาระหนักที่สุดคือบรรดาประเทศยากจน อีกทั้งยังอาจทำให้สิ่งมีชีวิตเกือบ 1 ใน 3 เสี่ยงสูญพันธุ์ถาวร แนะยืดอายุพีธีสารเกียวโตเพื่อบรรเทาปัญหา พร้อมเผยรายงานฉบับต่อไปเดือนหน้าในกรุงเทพฯ
คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ หรือ &#8220;ไอพีซีซี&#8221; (Intergovernmental Panel on Climate Change : IPCC) ที่ตั้งขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงเปิดเผยรายงานการคาดการณ์ฉบับสำคัญ ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบแล้วจากสมาชิกกว่า 100 ประเทศ ในวันที่ 6 เม.ย. หลังจากที่ถกเถียงกันมาราธอนอย่างดุเดือดจากผู้ร่วมประชุมนาน 24 ชั่วโมงเกี่ยวกับเนื้อหาของร่างรายงานดังกล่าว ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม
ไอพีซีซีชี้ว่า ก๊าซเรือนกระจก จะส่งผลกระทบต่อระบบลมฟ้าอากาศของโลก ทำให้รูปแบบการเกิดฝนเปลี่ยนแปลง และยังทำให้พายุมีกำลังความรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งยังก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะจะเกิด ปัญหา ภัยแล้ง น้ำท่วม และแหล่งน้ำเหือดแห้ง

ภาพแผนที่โลก แสดงบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศยากจน (The New York Times)

ราเชนทรา ปาจาอุรี (Rajendra [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เอเอฟพี/เอเจนซี/บีบีซีนิวส์ ? &#8220;ไอพีซีซี&#8221; เปิดรายงาน โลกร้อน ฉบับที่สองระบุปัญหาภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงจะส่งผลกระทบต่อผู้คนนับพันล้านในทุกทวีปอย่างหนีไม่พ้น โดยผู้ที่ต้องแบกรับภาระหนักที่สุดคือบรรดาประเทศยากจน อีกทั้งยังอาจทำให้สิ่งมีชีวิตเกือบ 1 ใน 3 เสี่ยงสูญพันธุ์ถาวร แนะยืดอายุพีธีสารเกียวโตเพื่อบรรเทาปัญหา พร้อมเผยรายงานฉบับต่อไปเดือนหน้าในกรุงเทพฯ</p>
<p>คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ หรือ &#8220;ไอพีซีซี&#8221; (Intergovernmental Panel on Climate Change : IPCC) ที่ตั้งขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงเปิดเผยรายงานการคาดการณ์ฉบับสำคัญ ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบแล้วจากสมาชิกกว่า 100 ประเทศ ในวันที่ 6 เม.ย. หลังจากที่ถกเถียงกันมาราธอนอย่างดุเดือดจากผู้ร่วมประชุมนาน 24 ชั่วโมงเกี่ยวกับเนื้อหาของร่างรายงานดังกล่าว ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม</p>
<p>ไอพีซีซีชี้ว่า ก๊าซเรือนกระจก จะส่งผลกระทบต่อระบบลมฟ้าอากาศของโลก ทำให้รูปแบบการเกิดฝนเปลี่ยนแปลง และยังทำให้พายุมีกำลังความรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งยังก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะจะเกิด ปัญหา ภัยแล้ง น้ำท่วม และแหล่งน้ำเหือดแห้ง<br />
<a href="/images/globalwarmingmap1.jpg"><img width="450" src="/images/globalwarmingmap1.jpg" alt="ภาพแผนที่โลก แสดงบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศยากจน" /></a><br />
ภาพแผนที่โลก แสดงบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศยากจน (The New York Times)<br />
<span id="more-54"></span><br />
ราเชนทรา ปาจาอุรี (Rajendra Pachauri) ประธานไอพีซีซีแถลงว่า กลุ่มคนยากจนจะเป็นผู้ที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงมากที่สุด และยังจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากผลกระทบของ ภาวะโลกร้อน ฉะนั้น ปัญหานี้จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระดับโลก</p>
<p>ผลกระทบสำคั้ญที่จะเกิดขึ้นจากปัญหาดังกล่าวไอพีซีซี คาดการณ์ว่า สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์มากถึง 30% จะตกอยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ หากว่าอุณหภูมิทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 1.5-2.5 องศาเซลเซียส, ประชาชนในทวีปแอฟริการาว 75-250 ล้านคนจะต้องเผชิญกับการขาดน้ำภายในปี 2020 และไม่เกินปีเดียวกันนี้พื้นที่การเกษตรในแอฟริกาที่ต้องอาศัยน้ำฝนในการเพาะปลูก ผลผลิตจะลดลงถึง 50%</p>
<p>ส่วนประเทศทางตอนเหนือก็จะไม่มีธารน้ำแข็งและหิมะปกคลุมอีกต่อไป ส่งผลให้หลายๆ ประเทศที่อาศัยแหล่งน้ำจากธารน้ำแข็งละลายมีปริมาณน้ำลดลง และจะไม่มีทวีปไหนสามารถรอดพ้นจากผลกระทบของ ภาวะโลกร้อน ที่อาจเกิดขึ้นได้ ถึงแม้ว่าอุณหภูมิในทวีปนั้นจะเพิ่มสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยก็ตาม</p>
<p>?มีความเป็นไปได้เหลือเกินที่ทุกภูมิภาคจะต้องประสบกับปัญหาผลประโยชน์ต้องเสื่อมเสียลงไป หรือไม่ก็ต้นทุนต้องเพิ่มขึ้นมา จากการที่ระดับอุณหภูมิมีปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 2-3 องศาเมื่อเทียบกับในช่วงปี 1990? เป็นเนื้อหาตอนหนึ่งใน ?บทสรุปสำหรับผู้กำหนดนโยบาย? ในรายงานของไอพีซีซี คราวนี้</p>
<p>แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การประชุมตลอดช่วงสัปดาห์นี้ สมาชิกของไอพีซีซีได้มีการถกเถียงกันอย่างหนักถึงเนื้อหาในร่างบทสรุปนี้เอง อีกทั้งกำหนดการเผยแพร่บทสรุปดังกล่าวยังถูกเลื่อนออกไป หลังจากที่สหรัฐฯ จีน และซาอุดีอาระเบียพากันคัดค้านการใช้ถ้อยคำ ?รุนแรง? ในบทสรุป จนถึงขั้นตัวแทนคนหนึ่งออกมากล่าวหาว่า การประชุมที่ควรเป็นการหารือของบรรดานักวิทยาศาสตร์คราวนี้ กำลังถูกการเมืองแทรกแซง</p>
<p>บทสรุปดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรายงานฉบับเต็มซึ่งมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,400 หน้า ที่ได้คาดการณ์เอาไว้ว่า ผู้คนเป็นจำนวนหลายพันล้านคนจะต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำ และคนอีกกว่าหลายร้อยล้านคนจะต้องประสบกับภาวะหิวโหย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคที่มีแต่ชาติยากจน ซึ่งมีส่วนน้อยที่สุดในการก่อมลพิษจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลอันเป็นสาเหตุให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น</p>
<p>ผู้แทนที่เข้าประชุมหลายคนเผยว่า ด้วยการยืนกรานของสหรัฐฯ ร่างบทสรุปฉบับนี้จึงถูกตัดทอนย่อหน้าที่ระบุว่า อเมริกาเหนือ ?ได้รับการคาดหมายว่าจะประสบความเสียหายอย่างสาหัส ในด้านเศรษฐกิจของท้องถิ่น ตลอดจนความแตกสลายแห่งระบบนิเวศอันพอเพียงในตนเอง และความแตกสลายทางสังคมและวัฒนธรรม? นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ อีก จากการยืนกรานของซาอุดีอาระเบีย และจีน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวซึ่งเห็นดีเห็นงามกับการตัดข้อความ ?รุนแรง? จากบทสรุป กล่าวแก้ต่างว่าถึงอย่างไรข้อมูลทั้งหมดก็ยังคงอยู่ในรายงานตัวหลัก และมันยังคงเป็นสารที่ทรงพลังเข้มแข็งมาก</p>
<p>ทว่ารายงานฉบับนี้จะช่วยชี้แนะทางด้านนโยบายแก่รัฐบาลต่างๆ ในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการขยายเวลาของพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ของยูเอ็นที่ตั้งขึ้นเพื่อลดปริมาณการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก สู่ชั้นบรรยากาศและกำลังจะหมดอายุลงในปี 2012</p>
<p>รายงานที่เผยแพร่ในคราวนี้ เป็นส่วนที่สองในการประเมินหลักฐานต่างๆ ว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศของไอพีซีซีในปีนี้ ซึ่งเป็นการประเมินครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา</p>
<p>ในส่วนแรกของรายงานซึ่งเผยแพร่ไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นั้น ไอพีซีซีบอกว่า อุณหภูมิของโลกได้เพิ่มขึ้น 0.74 องศาเซลเซียสแล้ว ในรอบร้อยปีที่ผ่านมา และส่วนใหญ่เป็นฝีมือของมนุษย์ ส่วนรายงานฉบับที่สามที่มีเนื้อหาระบุถึงปริมาณ ก๊าซเรือนกระจก ที่เพิ่มขึ้น ความเข้มข้น และวิกฤติของอุณหภูมิ และตามด้วยรายงานฉบับสุดท้ายอันเป็นผลสรุปของการค้นพบและคาดการณ์ทุกอย่างจะเปิดเผยในเดือน พ.ย. เป็นการส่งท้ายปี</p>
<p>ทั้งนี้ คณะทำงานเพื่อพิจารณารายงานฉบับที่สามของไอพีซีซีนี้ มีกำหนดการประชุมระหว่างวันที่ 30 เม.ย. &#8211; 3 พ.ค. ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ และมีกำหนดจะเปิดเผยรายงานในวันที่ 4 พ.ค.ที่เดียวกัน</p>
<p>Credit : http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9500000040515</p>
<p>หมายเหตุ รายงานฉบับนี้ เป็นฉบับเดียวกับใน http://www.whyworldhot.com/global-warming/un-report-on-global-warming/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/global-warming/second-ipcc-report/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
