<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Why world hot : หยุด! ภาวะโลกร้อน</title>
	<atom:link href="http://www.whyworldhot.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.whyworldhot.com</link>
	<description>เว็บไซต์เกี่ยวกับ ภาวะโลกร้อน รวมทั้ง ปัญหาภาวะโลกร้อน และ วิธีในการแก้ไขปัญหา โลกร้อน</description>
	<lastBuildDate>Sun, 22 Feb 2009 09:04:34 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>Whyworldhot.com : เปลี่ยนหน้าตาใหม่</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/whyworldhot-site/new-theme/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/whyworldhot-site/new-theme/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Feb 2009 09:04:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin : chalet16</dc:creator>
				<category><![CDATA[Whyworldhot Site]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/?p=148</guid>
		<description><![CDATA[ขณะนี้ทางเว็บไซต์ Why world hot : หยุด! ภาวะโลกร้อนก็ได้ทำการเปลี่ยนหน้าตา(Theme) เว็บไซต์ใหม่ไปบ้างแล้วนะครับ สำหรับต่อจากนี้ไปก็จะทำการเปิดให้ใครก็ตามสามารถส่งบทความเข้ามาได้นะครับ
หากมีความเห็นเกี่ยวกับหน้าตาใหม่นี้สามารถส่งความเห็นมาได้เลยนะครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขณะนี้ทางเว็บไซต์ Why world hot : หยุด! ภาวะโลกร้อนก็ได้ทำการเปลี่ยนหน้าตา(Theme) เว็บไซต์ใหม่ไปบ้างแล้วนะครับ สำหรับต่อจากนี้ไปก็จะทำการเปิดให้ใครก็ตามสามารถส่งบทความเข้ามาได้นะครับ</p>
<p>หากมีความเห็นเกี่ยวกับหน้าตาใหม่นี้สามารถส่งความเห็นมาได้เลยนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/whyworldhot-site/new-theme/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Whyworldhot.com กำลังทำการปรับปรุงเว็บไซต์</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/whyworldhot-site/website-modify/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/whyworldhot-site/website-modify/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Oct 2008 14:11:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin : chalet16</dc:creator>
				<category><![CDATA[Whyworldhot Site]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/?p=128</guid>
		<description><![CDATA[ขณะนี้ทางเรากำลังปรับปรุงหน้าตาและระบบใหม่ทั้งหมด ทำให้ทางเราอาจไม่มีเวลาเพิ่มเติมเนื่้ิอหาในเว็บไซต์เท่าที่ควรและอาจมีข้อผิดพลาดในการเข้าชมเว็บไซต์บ้างเล็กน้อย
ขออภัยในความไม่สะดวก
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขณะนี้ทางเรากำลังปรับปรุงหน้าตาและระบบใหม่ทั้งหมด ทำให้ทางเราอาจไม่มีเวลาเพิ่มเติมเนื่้ิอหาในเว็บไซต์เท่าที่ควรและอาจมีข้อผิดพลาดในการเข้าชมเว็บไซต์บ้างเล็กน้อย</p>
<p>ขออภัยในความไม่สะดวก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/whyworldhot-site/website-modify/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เสนอติดฉลากสินค้า &#8220;คาร์บอนต่ำ&#8221; คู่ฉลากเขียว ให้คนซื้อตัดสินใจ</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/news/globalwarming-label/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/news/globalwarming-label/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jun 2008 12:23:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/news/globalwarming-label/</guid>
		<description><![CDATA[ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยเสนอโรงเรียน-มหาวิทยาลัย ทำหลักสูตรโลกร้อน ป้องกันผลกระทบโดยด่วน ทั้งยังเสนอรัฐทำฉลากสินค้าคาร์บอนต่ำ คู่สินค้าฉลากเขียวให้ผู้บริโภคตัดสินใจ พร้อมวิงวอนทบทวนนโยบายโค่นยาง ปลูกปาล์ม หลังพบรากยางช่วยหน้าดินไม่ทลาย ด้านปลัด ก.ทรัพย์ขอความร่วมมือคนไทย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรักษาโลก เป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลัง
       ในวันสิ่งแวดล้อมโลก เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.51 ที่ผ่านมานั้น ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ได้ร่วมฟังวงเสวนา &#8220;ถึงเวลาที่เมืองไทยจะต้องก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ&#8221; โดย ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเวทีเป็นคนแรกและกล่าวว่า หากวันนี้สังคมไทยยังไม่ทำอะไรกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต่อไปเราจะอยู่กันอย่างลำบากมาก โดยเฉพาะการเกษตรที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด รวมถึงทรัพยากรชายฝั่งที่ถูกทำลาย และการเกิดโรคใหม่ๆ ที่ร้ายแรง
       ทั้งนี้ เพื่อการรับมือกับปัญหาอย่างยั่งยืน ควรมีการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน ในสถาบันการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา เพื่อให้เกิดการเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาตั้งแต่วันนี้ เพราะหาไม่แล้ว 4 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะกลับมาล้าหลังอีกครั้ง ซ้ำรอยที่ 6 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยเสนอโรงเรียน-มหาวิทยาลัย ทำหลักสูตรโลกร้อน ป้องกันผลกระทบโดยด่วน ทั้งยังเสนอรัฐทำฉลากสินค้าคาร์บอนต่ำ คู่สินค้าฉลากเขียวให้ผู้บริโภคตัดสินใจ พร้อมวิงวอนทบทวนนโยบายโค่นยาง ปลูกปาล์ม หลังพบรากยางช่วยหน้าดินไม่ทลาย ด้านปลัด ก.ทรัพย์ขอความร่วมมือคนไทย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรักษาโลก เป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลัง</p>
<p>       ในวันสิ่งแวดล้อมโลก เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.51 ที่ผ่านมานั้น ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ได้ร่วมฟังวงเสวนา &#8220;ถึงเวลาที่เมืองไทยจะต้องก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ&#8221; โดย ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเวทีเป็นคนแรกและกล่าวว่า หากวันนี้สังคมไทยยังไม่ทำอะไรกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต่อไปเราจะอยู่กันอย่างลำบากมาก โดยเฉพาะการเกษตรที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด รวมถึงทรัพยากรชายฝั่งที่ถูกทำลาย และการเกิดโรคใหม่ๆ ที่ร้ายแรง</p>
<p>       ทั้งนี้ เพื่อการรับมือกับปัญหาอย่างยั่งยืน ควรมีการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน ในสถาบันการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา เพื่อให้เกิดการเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาตั้งแต่วันนี้ เพราะหาไม่แล้ว 4 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะกลับมาล้าหลังอีกครั้ง ซ้ำรอยที่ 6 ปีที่แล้วที่ไม่มีการเตรียมพร้อมเลย ทำให้วันนี้ไทยต้องเจอกับปัญหา</p>
<p>       ขณะเดียวกัน ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เสนอว่า นอกเหนือจากปัจจุบันที่มีการจัดทำสินค้าฉลากเขียวแล้ว ต่อไปประเทศไทยควรกำหนดให้สินค้าต้องติดฉลากคาร์บอนด้วย โดยตัวฉลากจะบอกผู้บริโภคถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นระหว่างขั้นตอนการผลิต เพื่อให้เกิดการเลือกใช้ ทำให้สินค้าที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมล้มตายไปเอง</p>
<p>       เขาเผยอีกว่า อยากให้ภาครัฐมีการทบทวนนโยบายการปลูกพืชพลังงานด้วย เพราะทราบมาว่ามีนโยบายโค่นป่ายางในภาคใต้เพื่อหลีกทางให้การปลูกปาล์มน้ำมัน แล้วส่งเสริมการปลูกยางพาราในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือแทน ขณะที่ผลการศึกษาจากองค์การสวนยางพบว่า รากของยางป่ายึดหน้าดินไว้ไม่ให้พังทลาย เหมือนพื้นที่ที่แปรรูปเป็นนากุ้ง</p>
<p><span id="more-114"></span></p>
<p>       &#8220;ผมไม่ทราบว่าถูกหรือไม่ เพราะการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วจะมีผลกระทบประการใด และหากพื้นที่ปลูกเดิมไม่ยอมหลีกทางให้ อาจทำให้เกิดการแผ้วถางป่า และมีผลต่อการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพตามมาหรือไม่&#8221; ศ.ดร.สนิทกล่าว</p>
<p>       ต่อมา ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวในหัวข้อ &#8220;ประเทศไทยกับการปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ&#8221; ว่า ปัจจุบันคนไทยมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหัวประมาณ 4.8 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี</p>
<p>       แต่เพื่อลดสภาวะวิกฤติเมื่ออุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น 2 องศาเซลเซียสในอีก 30-40 ปีข้างหน้าเมื่อเทียบกับยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม จะต้องลดปริมาณดังกล่าวในอัตราคนละ 3.5 ล้านตัน หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 850 ต้น</p>
<p>       ดร.ศักดิ์กล่าวอีกว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติจึงต้องการส่งเสริม ให้ไทยเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำโดยไว แม้ปัจจุบันไทยยังไม่ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เหมือนประเทศพัฒนาแล้ว ทว่าก็เป็นการแสดงศักยภาพ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น และเพื่อประโยชน์แก่มนุษยชาติทั้งหมด โดยการขอความร่วมมือให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาใส่ในสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และการประหยัดพลังงานในชีวิตประจำวัน ที่พลอยเป็นอานิสงค์แก่ชนรุ่นหลังด้วย</p>
<p>       สำหรับการเสวนาวิชาการทั้ง 2 หัวข้อมีขึ้นในงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2551 เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 51 จัดโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระหว่าง 5-8 มิ.ย.51 ณ ห้องคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ อิมแพค เมืองทองธานี</p>
<p>Credit : http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000066099</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/news/globalwarming-label/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google เปลี่ยนหน้า Homepage เป็นสีดำรณรงค์ลดโลกร้อน</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/news/google-black-homepag/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/news/google-black-homepag/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 29 Mar 2008 05:20:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin : chalet16</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/whyworldhot-site/google-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2-homepage-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%a3/</guid>
		<description><![CDATA[
Google เปลี่ยนหน้า Homepage เป็นสีดำรณรงค์ลดโลกร้อนตามโครงการที่มีชื่อว่า Earth Hour ในวันที่ 29 มีนาคมนี้ แต่จากหลักฐานที่มีอยู่ปัจจุบันพบว่าการเปลี่ยนหน้า Homepage เป็นสีดำจะลดการใช้พลังงานลงน้อยมาก โครงการนี้จึงทำเพียง 1 วันเพื่อการรณงรค์เท่านั้นเพราะไม่ได้เป็นการช่วยประหยัดพลังงานตามที่หลายคนคาดไว้แต่อย่างใด
ในเว็บไซต์ของ Google ประเทศไทยกล่าวว่า
&#8220;ในวันนี้ผู้ใช้ Google ในประเทศไทยจะเห็นว่าเรา &#8220;ปิดไฟ&#8221; ที่หน้าโฮมเพจ Google.co.th เพื่อสร้างการรับรู้ถึงโครงการร่วมประหยัดพลังงานทั่วโลกซึ่งมีชื่อว่า Earth Hour
วัน เสาร์ที่ 29 มีนาคม 2008 นี้ Earth Hour ขอเชิญชวนทุกคนในโลกนี้ปิดไฟเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ตั้งแต่ 20.00? 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นในประเทศของตน ในวันนี้ เมืองต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น โคเปนเฮเกน ชิคาโก้ เมลเบิร์น ดูไบ และ เทลอาวิฟ จะจัดงานเพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการประหยัดพลังงานของตน

เนื่อง จากบริษัทของเรามีจุดมุ่งหมายที่จะช่วยสร้างความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมและการ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงสนับสนุนแคมเปญ Earth Hour [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src='http://www.whyworldhot.com/wp-content/uploads/2008/03/screenshot-google-mozilla-firefox-3-beta-4.png' width="450" /><br />
Google เปลี่ยนหน้า Homepage เป็นสีดำรณรงค์ลดโลกร้อนตามโครงการที่มีชื่อว่า Earth Hour ในวันที่ 29 มีนาคมนี้ แต่จากหลักฐานที่มีอยู่ปัจจุบันพบว่าการเปลี่ยนหน้า Homepage เป็นสีดำจะลดการใช้พลังงานลงน้อยมาก โครงการนี้จึงทำเพียง 1 วันเพื่อการรณงรค์เท่านั้นเพราะไม่ได้เป็นการช่วยประหยัดพลังงานตามที่หลายคนคาดไว้แต่อย่างใด</p>
<p>ในเว็บไซต์ของ Google ประเทศไทยกล่าวว่า<br />
&#8220;ในวันนี้ผู้ใช้ Google ในประเทศไทยจะเห็นว่าเรา &#8220;ปิดไฟ&#8221; ที่หน้าโฮมเพจ Google.co.th เพื่อสร้างการรับรู้ถึงโครงการร่วมประหยัดพลังงานทั่วโลกซึ่งมีชื่อว่า Earth Hour</p>
<p>วัน เสาร์ที่ 29 มีนาคม 2008 นี้ Earth Hour ขอเชิญชวนทุกคนในโลกนี้ปิดไฟเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ตั้งแต่ 20.00? 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นในประเทศของตน ในวันนี้ เมืองต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น โคเปนเฮเกน ชิคาโก้ เมลเบิร์น ดูไบ และ เทลอาวิฟ จะจัดงานเพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการประหยัดพลังงานของตน<br />
<span id="more-112"></span><br />
เนื่อง จากบริษัทของเรามีจุดมุ่งหมายที่จะช่วยสร้างความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมและการ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงสนับสนุนแคมเปญ Earth Hour อย่างเต็มที่ และได้ปิดไฟที่โฮมเพจของเราวันนี้เพื่อช่วยสร้างกระแสการรับรู้ให้กับงานที่ เราหวังว่าจะประสบความสำเร็จไปทั่วโลก</p>
<p>ทำไม Google จึงเลือกสนับสนุนองค์กรนี้<br />
เราเชื่อมั่นว่าเราต้องทำหน้าที่เพื่อร่วมต่อสู้กับภาวะโลกร้อน และพบว่า Earth Hour เป็นโครงการที่สำคัญและทันสถานการณ์ นอกจากนี้ เรายังคิดว่าไอเดียในการ ?ปิดไฟ? เป็นสิ่งที่ผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลกสามารถมีส่วนร่วมได้ สั้นๆ ก็คือ เราชอบ ก็เลยทำอะไรสักอย่างขึ้นมา</p>
<p>ทำไม Google จึงไม่เปลี่ยนหน้าโฮมเพจเป็นสีดำตลอดไป<br />
เรามุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบของภาวะโลกร้อนโดยกระตุ้นให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่หลักฐานที่เรามีอยู่ปัจจุบัน (http://googleblog.blogspot.com/2007/08/is-black-new-green.html) แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนพื้นหลังให้เป็นสีดำอย่างถาวรนั้นไม่เป็นประโยชน์ ต่อสิ่งแวดล้อมหรือต่อผุ้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม เราพยายามมองหาวิธีที่จะปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ให้ดีขึ้นอยู่ เสมอ อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการวิจัยค้นพบสิ่งใหม่ ๆ เราก็อาจจะเปลี่ยนใจในเรื่องนี้</p>
<p>ฉันจะทำอย่างไรเพื่อให้ Google ทำแบบนี้กับองค์กรหรือโครงการของฉันบ้าง<br />
เรายินดีต้อนรับไอเดียต่าง ๆ เกี่ยวกับวิธีที่เราจะแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น แม้ว่าเราจะไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะแสดงบนหน้าโฮมเพจ Google หรือตอบสนองทุกคำค้นหา แต่เราอ่านอีเมลทุกฉบับที่ได้รับและอยากฟังความเห็นจากคุณว่าเราควรร่วมมือ กับองค์กรใดบ้าง หากต้องการส่งข้อเสนอมาให้เรา กรุณาส่งมาที่ proposals@google.com<br />
&#8221;<br />
จาก <a href="http://www.google.co.th/intl/th_th/earthhour/">http://www.google.co.th/intl/th_th/earthhour/</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/news/google-black-homepag/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กทม. รณรงค์ปิดไฟ 1 ชั่วโมง ลดภาวะโลกร้อน</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/news/bangkok-1hour/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/news/bangkok-1hour/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Mar 2008 08:23:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin : chalet16</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/whyworldhot-site/%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%a1-%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f-1-%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87/</guid>
		<description><![CDATA[
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร(กทม.) แถลงข่าวเรื่องการจัดกิจกรรมรณรงค์ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน- 60 Earth Hour ร่วมกับนายวิลเลี่ยม เช็ดล่า(William Schaedla) ผู้อำนวยการ WWF ประเทศไทย และ นายบีม กวี ตันจรารักษ์ ในฐานะทูต WWF ประเทศไทย
โดยนายอภิรักษ์ กล่าวว่า กทม.ในฐานะเมืองหลวงของประเทศไทย มีประชากรอยู่ 10 กว่า ล้านคน ซึ่งมีการใช้พลังงานค่อนข้างมาก ไม่น้อยไปกว่าเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก ดังนั้น กทม.จึงได้ร่วมกับ WWF และเครือข่ายพันธมิตรร่วมกันรณรงค์ลดปัญหาภาวะโลกร้อน โดยในปีนี้ กทม. และเมืองใหญ่ อีก 23 แห่งทั่วโลก ได้แก่ ซิดนีย์ เพิทธ์ เมลเบินน์ แคนเบอร่า บริสเบน อดาเลด โคเปนเฮเก้น อาฮุส อาเบิก โอเดนส์ มะนิลา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src='http://www.whyworldhot.com/wp-content/uploads/2008/03/23301_002.jpg' alt='23301_002.jpg' /><br />
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร(กทม.) แถลงข่าวเรื่องการจัดกิจกรรมรณรงค์ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน- 60 Earth Hour ร่วมกับนายวิลเลี่ยม เช็ดล่า(William Schaedla) ผู้อำนวยการ WWF ประเทศไทย และ นายบีม กวี ตันจรารักษ์ ในฐานะทูต WWF ประเทศไทย</p>
<p>โดยนายอภิรักษ์ กล่าวว่า กทม.ในฐานะเมืองหลวงของประเทศไทย มีประชากรอยู่ 10 กว่า ล้านคน ซึ่งมีการใช้พลังงานค่อนข้างมาก ไม่น้อยไปกว่าเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก ดังนั้น กทม.จึงได้ร่วมกับ WWF และเครือข่ายพันธมิตรร่วมกันรณรงค์ลดปัญหาภาวะโลกร้อน โดยในปีนี้ กทม. และเมืองใหญ่ อีก 23 แห่งทั่วโลก ได้แก่ ซิดนีย์ เพิทธ์ เมลเบินน์ แคนเบอร่า บริสเบน อดาเลด โคเปนเฮเก้น อาฮุส อาเบิก โอเดนส์ มะนิลา ซูวา ชิคาโก เทลอาวีฟ โตรอนโต ไครส์เซิซ แอลแลนต้า ซานฟรานซิสโก ฟีนิกซ์ ออตตาวา แวนคูเวอร์ มอนทรีออล และดับบลิน จะร่วมกันปิดไฟ ในวันเสาร์ที 29 มี.ค.นี้ เวลา 20.00-21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละเมือง ทั้งนี้ กทม.กำหนดจัดกิจกรรมที่บริเวณลานเอนกประสงค์ห้าง Central World ถ.ราชประสงค์<br />
<span id="more-110"></span><br />
นายอภิรักษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ กทม. ยังจะรณรงค์ให้ประชาชนเจ้าของอาคาร บ้านพักกลุ่มธุรกิจ สถานที่ราชการ ร่วมกันดับไฟเฉพาะดวงที่ไม่จำเป็นบนถนน 8 สาย ประกอบด้วย เพชรบุรี เยาวราช รัชดาภิเษก ข้าวสาร ราชดำริ ราชดำเนิน สุขุมวิท และสีลม ส่วนไฟถนนเส้นหลักจะยังคงเปิด ตามปกติเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศกิจคอยดูแลเรื่องความปลอดภัย</p>
<p>ผู้ว่าฯกทม. กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้จะมีการถ่ายทอดสดการจัดกิจกรรมดังกล่าวไปยังทั่วประเทศ ซึ่งภายหลังปิดไฟแล้ว กทม.จะประกาศการลดปริมาณการใช้พลังงานที่ กทม.ทำได้ ซึ่งครั้งนี้ กทม.ตั้ง เป้าลดการใช้พลังงานจากการปิดไฟเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 15% ซึ่งเป็นปริมาณการลดใช้ พลังงานจากการรณรงค์ปิดไฟ 15 นาที ที่ กทม.ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ปีที่แล้ว</p>
<p>จาก : http://www.innnews.co.th/social.php?nid=92925</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/news/bangkok-1hour/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดแผนที่ &#8220;มหาสมุทรโลก&#8221; ถูกมนุษย์ทำลายแล้ว 96% เว้นแต่ขั้วโลก</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/news/ocean-effect/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/news/ocean-effect/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 Feb 2008 16:10:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/news/ocean-effect/</guid>
		<description><![CDATA[
บีบีซีนิวส์/เอเยนซี &#8211; พื้นที่แผ่นโลก เหลือ &#8220;มหาสมุทร&#8221; เพียงแค่ 4 % เท่านั้นที่ยังไม่ถูกมนุษย์ย่ำยี่ ซึ่งพื้นที่บริสุทธิ์ที่เหลือเป็นพื้นที่น้ำแข็งใกล้ขั้วโลกที่กำลังเผชิญการละลาย ขณะที่กว่า 40% ได้รับผลเลวร้ายแล้วจากน้ำมือมนุษย์ ระบุเป็น &#8220;เสียงปลุก&#8221; ให้ผู้กำหนดนโยบายเริ่มปฏิบัติการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล
       ดร.เบนจามิน ฮัลเพิร์น (Dr Benjamin Halpern) จากศูนย์วิเคราะห์และสังเคราะห์นิเวศวิทยาแห่งสหรัฐฯ ในซานตา บาร์บารา (National Center for Ecological Analysis and Synthesis in Santa Barbara) ซึ่งเป็นหัวหน้าในการทำแผนที่โลกแสดงผลกระทบต่อมหาสมุทรอันเกิดจากการกระทำของมนุษย์นี้กล่าวว่า มนุษย์ได้สร้างผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อมหาสมุทรและระบบนิเวศที่อยู่ภายใต้ทะเล
       ภาพแผนที่โลกนี้แสดงให้เห็นว่า 41% ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ 17 รายงานซึ่งสัดส่วนที่มากกว่าที่เคยคิดกัน และเพียง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.whyworldhot.com/images/oceaneffect.jpg" alt="ผลกระทบต่อมหาสมุทร" width="450" /><br />
บีบีซีนิวส์/เอเยนซี &#8211; พื้นที่แผ่นโลก เหลือ &#8220;มหาสมุทร&#8221; เพียงแค่ 4 % เท่านั้นที่ยังไม่ถูกมนุษย์ย่ำยี่ ซึ่งพื้นที่บริสุทธิ์ที่เหลือเป็นพื้นที่น้ำแข็งใกล้ขั้วโลกที่กำลังเผชิญการละลาย ขณะที่กว่า 40% ได้รับผลเลวร้ายแล้วจากน้ำมือมนุษย์ ระบุเป็น &#8220;เสียงปลุก&#8221; ให้ผู้กำหนดนโยบายเริ่มปฏิบัติการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล</p>
<p>       ดร.เบนจามิน ฮัลเพิร์น (Dr Benjamin Halpern) จากศูนย์วิเคราะห์และสังเคราะห์นิเวศวิทยาแห่งสหรัฐฯ ในซานตา บาร์บารา (National Center for Ecological Analysis and Synthesis in Santa Barbara) ซึ่งเป็นหัวหน้าในการทำแผนที่โลกแสดงผลกระทบต่อมหาสมุทรอันเกิดจากการกระทำของมนุษย์นี้กล่าวว่า มนุษย์ได้สร้างผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อมหาสมุทรและระบบนิเวศที่อยู่ภายใต้ทะเล</p>
<p>       ภาพแผนที่โลกนี้แสดงให้เห็นว่า 41% ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ 17 รายงานซึ่งสัดส่วนที่มากกว่าที่เคยคิดกัน และเพียง 4% ที่ยังไม่ได้รับความเสียหาย โดยแผนที่ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันของนักวิทยาศาสตร์จากสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และแคนาดานี้เป็นครั้งแรกที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอิทธิพลของมนุษย์ในด้านต่างๆ ที่กระทบต่อมหาสมุทร และยังได้ตรวจสอบตัวบ่งชี้คุณภาพของสิ่งแวดล้อมที่รวมถึงแนวปะการัง แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ดงสาหร่ายและคุณภาพน้ำ<br />
<span id="more-109"></span><br />
       จากการศึกษาพบว่าทั้งการประมง มลพิษ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและปัจจัยอื่นๆ ที่เกิดจากมนุษย์ได้ทำให้เกิดผลเสียหายอย่างหนักต่อมหามสมุทรเกือบครึ่ง ขณะที่พื้นที่น้ำแข็งซึ่งอยู่ใกล้ขั้วโลกนั้นยังบริสุทธิ์อยู่ แต่ก็กำลังเผชิญการคุกคามจากแผ่นน้ำแข็งละลาย ซึ่งข้อมูลนี้ทีมวิจัยระบุว่าเป็น &#8220;เสียงปลุก&#8221; สำหรับผู้กำหนดนโยบาย</p>
<p>       &#8220;ในอดีตนั้นการศึกษาส่วนใหญ่แสดงให้เห็นผลกระทบจากกิจกรรมเดี่ยวๆ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้สร้างแผนที่โลกซึ่งแสดงถึงกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลายเรียงซ้อนกันหลายชั้น เราจึงได้ภาพใหญ่ของผลกระทบทั้งหมดที่มนุษย์ได้ทำมากกว่าแค่ผลเสียจากเรื่องเดียว&#8221; ดร.ฮัลเพิร์นกล่าว</p>
<p>       ด้าน ดร.มาร์ก สปอลดิง (Dr.Mark Spalding) ซึ่งร่วมในการศึกษาครั้งนี้กล่าวว่า แผนที่นี้เป็นการทดลองครั้งแรกที่จะอธิบายและแสดงปริมาณถึงสิ่งที่มหาสมุทรทั่วโลกต้องเผชิญจากปัจจัยอันเนื่องจากมนุษย์ ซึ่งเรียงลำดับตั้งแต่การขนส่งทางเรือเชิงพาณิชย์ไปจนถึงการทำประมงเกินพอดี</p>
<p>       &#8220;มีปัจจัยสำคัญที่จะปลุกคุณให้ตื่นเมื่อเห็นแผนที่ลักษณะนี้ เพราะมนุษย์ได้คุกคามมหาสมุทรไปทั่วโลก แผนที่นี้จะกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหว ซึ่งผมคิดว่าเป็นสัญญาณจริงที่จะเริมต้นลงมือจัดการชายฝั่งและมหาสมุทรของเราเสียที&#8221; ดร.สปอลดิงกล่าว</p>
<p>       ในการทำแผนที่นี้ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติราว 20 คนได้แบ่งพื้นที่มหาสมุทรออกเป็นตารางกิโลเมตรเพื่อสร้างแบบจำลองอันซับซ้อนโดยพิจารณาข้อมูลจริงที่หาได้เกี่ยวกับอิทธิพลของมนุษย์จากกิจกรรมต่างๆ ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยได้คำนวณ &#8220;คะแนนผลกระทบจากมนุษย์&#8221; สำหรับแต่ละพื้นที่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นแผนที่ของความเสียหายที่มนุษย์ทำให้เกิดแก่ทะเลจริงๆ และบรรดานักวิทยาศาสตร์ต่างตกตะลึงกับผลลพธ์ของแบบจำลองนี้ แต่พวกเขาก็หวังว่าแผนที่นี้จะถูกนำไปใช้เพื่อความพยายามอนุรักษ์ทะเลในลำดับต้นๆ</p>
<p>       &#8220;ผมว่าสิ่งน่าอัศจรรย์ใจที่สำคัญของแผนที่นี้คือการได้เห็นผลกระทบจากมนุษย์ที่ครอบคลุมทุกเรื่องอย่างสมบูรณ์ ไม่มีที่ไหนเลยที่รอดพ้นมนุษย์ไปได้ ช่างเป็นแผนที่ช็อคความรู้สึกเมื่อได้เห็น&#8221; คำกล่าวของ ดร.สปอลดิงซึ่งนำการวิจัยครั้งนี้และยังเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลอาวุโสของกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติสากล &#8220;เนเจอร์ คอนเซอร์แวนซี&#8221; (The Nature Conservancy) โดยเขายังระบุอีกว่าปัจจัยใหญ่ในการทำลายถิ่นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตทางทะเลคือการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและการทำประมงเกินพอดี</p>
<p>       ด้าน แอนดรูว โรเซนเบิร์ก (Andrew Rosenberg) ศาสตราจารย์ด้านทรัพยากรธรรมชาติจากมหาวิทยาลัยนิวแฮมป์เชียร์ (University of New Hampshire) สหรัฐฯ ซึ่งไม่ได้ร่วมในการศึกษาครั้งนี้ด้วยกล่าวว่า ผู้กำหนดนโยบายต้องไม่มองว่าการประมงและมลพิษเป็นเรื่องที่แยกจากกันอีกต่อไป โดยผลกระทบจากมนุษย์นี้เป็นเรื่องที่ซ้อนทับกันระหว่างพื้นที่และเวลา ซึ่งเมือ่นานไปในหลายกรณีจะขยายผลจนเพิ่มความน่ากลัวอย่างสูง</p>
<p>       &#8220;ข้อความถึงผู้กำหนดนโยบายค่อนข้างชัดเจนสำหรับผม ปฏิบัติการอนุรักษ์ธรรมชาติที่ตัดตอนผลกระทบจากการกระทำอันครบชุดของมนุษย์เป็นสิ่งจำเป็นในหลายๆ พื้นที่ทั่วโลก&#8221; โรเซนเบิร์กกล่าว</p>
<p>http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000020910</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/news/ocean-effect/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ต้นไม้เมา หนึ่งในผลกระทบของภาวะโลกร้อน</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/global-warming-effect/drunken-tree-effect/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/global-warming-effect/drunken-tree-effect/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Dec 2007 13:47:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผลกระทบจากโลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/global-warming-effect/drunken-tree-effect/</guid>
		<description><![CDATA[ต้นไม้เมา ได้ชื่อนี้จากการที่ต้นไม้เอียงอย่างไม่มีทิศทางแน่นอน สภาพนี้เป็นผลกระทบหนึ่งของภาวะโลกร้อน และไม่ได้เกิดจากลมพายุแต่อย่างใด
แต่เกิดจากน้ำแข็งชั้น Permafrost ที่รากต้นไม้หยั่งลงไปเริ่มละลาย ทำให้ไม่สามารถเกาะได้อย่างมั่นคง และเอียงอย่างไร้ทิศทาง
ชั้น Permafrost คือส่วนของดินที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งนานกว่า 2 ปีต่อเนื่องกัน ซึ่งเป็นตัวกันไม่ให้ต้นไม้หยั่งรากลึกลงไปกว่านี้ เมื่อชั้นนี้ละลาย
ต้นไม้จึงไม่มีที่ยึดเกาะ ต้นไม้อาจตายจากสภาพนี้ แต่บางส่วนอาจกลับไปตั้งตรงได้ใหม่ และเจริญเติบโตต่อได้
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทีเดียว เพราะเคยเกิดขึ้นระหว่างช่วงหลัง Little Ice Age นั่นคือราวศตวรรษที่ 16-17
อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อสรุปแน่นอนว่า การเกิดต้นไม้เมา มีความเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน แต่ปัจจุบันได้พบต้นไม้เมามากขึ้นเรื่อยๆ

ต้นไม้เมาในแถบไซบีเรีย ภาพโดย NASA
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ต้นไม้เมา ได้ชื่อนี้จากการที่ต้นไม้เอียงอย่างไม่มีทิศทางแน่นอน สภาพนี้เป็นผลกระทบหนึ่งของภาวะโลกร้อน และไม่ได้เกิดจากลมพายุแต่อย่างใด<br />
แต่เกิดจากน้ำแข็งชั้น Permafrost ที่รากต้นไม้หยั่งลงไปเริ่มละลาย ทำให้ไม่สามารถเกาะได้อย่างมั่นคง และเอียงอย่างไร้ทิศทาง</p>
<p>ชั้น Permafrost คือส่วนของดินที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งนานกว่า 2 ปีต่อเนื่องกัน ซึ่งเป็นตัวกันไม่ให้ต้นไม้หยั่งรากลึกลงไปกว่านี้ เมื่อชั้นนี้ละลาย<br />
ต้นไม้จึงไม่มีที่ยึดเกาะ ต้นไม้อาจตายจากสภาพนี้ แต่บางส่วนอาจกลับไปตั้งตรงได้ใหม่ และเจริญเติบโตต่อได้</p>
<p>ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทีเดียว เพราะเคยเกิดขึ้นระหว่างช่วงหลัง Little Ice Age นั่นคือราวศตวรรษที่ 16-17</p>
<p>อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อสรุปแน่นอนว่า การเกิดต้นไม้เมา มีความเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน แต่ปัจจุบันได้พบต้นไม้เมามากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p><img src="http://www.whyworldhot.com/images/drunkenforest.jpg" alt="ต้นไม้เมาในแถบไซบีเรีย" width='450' /><br />
ต้นไม้เมาในแถบไซบีเรีย ภาพโดย NASA</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/global-warming-effect/drunken-tree-effect/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ออสเตรเลียลงนามในพิธีสารเกียวโตแล้ว</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/news/australia-sign-kyoto-protocol/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/news/australia-sign-kyoto-protocol/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Dec 2007 12:49:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/news/australia-sign-kyoto-protocol/</guid>
		<description><![CDATA[จากการประชุม IPCC ครั้งล่าสุดเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรเลีย ได้ลงนามในพิธีสารเกียวโตเรียบร้อยแล้ว
พิธีสารเกียวโต คือข้อตกลงระหว่างประเทศที่จะให้ความร่วมมือ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ที่เป็นสาเหตหลักของภาวะโลกร้อน
ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศอุตสาหกรรมเพียงประเทศเดียว ที่ไม่ลงนามในพิธีสารนี้

ภาพ Greg Wood/AFP
http://news.nationalgeographic.com/news/2007/12/071203-AP-aus-kyoto.html
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากการประชุม IPCC ครั้งล่าสุดเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรเลีย ได้ลงนามในพิธีสารเกียวโตเรียบร้อยแล้ว</p>
<p>พิธีสารเกียวโต คือข้อตกลงระหว่างประเทศที่จะให้ความร่วมมือ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ที่เป็นสาเหตหลักของภาวะโลกร้อน</p>
<p>ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศอุตสาหกรรมเพียงประเทศเดียว ที่ไม่ลงนามในพิธีสารนี้</p>
<p><img src="http://www.whyworldhot.com/images/kevinrudd.jpg" alt="Kevin Rudd" /><br />
ภาพ Greg Wood/AFP</p>
<p><a href="http://news.nationalgeographic.com/news/2007/12/071203-AP-aus-kyoto.html">http://news.nationalgeographic.com/news/2007/12/071203-AP-aus-kyoto.html</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/news/australia-sign-kyoto-protocol/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนนับหมื่นจากทั่วโลกร่วมกำหนดทางสู้โลกร้อนบนเกาะบาหลี</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/whyworldhot-site/latest-ipcc-conference/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/whyworldhot-site/latest-ipcc-conference/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Dec 2007 11:57:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Whyworldhot Site]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/news/latest-ipcc-conference/</guid>
		<description><![CDATA[
เอเอฟพี / เอพี ? เหล่าผู้แทนและนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกร่วมการประชุมโลกร้อนครั้งใหญ่ที่สุด โดยยูเอ็นโต้โผใหญ่หวังเกิดกระบวนการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว และสร้างสนธิสัญญาสากลใหม่เพื่อต่อสู้กับภัยสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ อันเป็นผลจากภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศให้ได้ภายในปี 2552
       ผู้ร่วมประชุมจากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก บวกกับนักรณรงค์และผู้สื่อข่าว รวมแล้วกว่า 10,000 คนตอนนี้ กำลังรวมตัวอยู่บนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และพวกเขาจะตั้งหลักอยู่นั่นถึง 11 วัน เพื่อร่วมการประชุมสหประชาชาติภายใต้กรอบอนุสัญญาแม่บทว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (UN Framework Convention on Climate Change : UNFCCC) ระหว่างวันที่ 3-14 ธ.ค.50
       การประชุมที่บาหลีในครั้งนี้ นับเป็นสุดยอดแห่งความร่วมมือในการแก้ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงที่กำลังเข้าขั้นวิกฤติ โดยรายงานฉบับสุดท้ายอันเป็นสรุปสุดยอดของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ไอพีซีซี) ก็จะมีการเปิดเผยกันในที่ประชุมแห่งนี้ พร้อมกับผลสรุปที่ว่าโลกเรามีเทคโนโลยีดีพอที่จะชะลอสภาวะโลกร้อน (global warming) แต่ต้องเดินหน้าอย่างเร่งด่วน

  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.whyworldhot.com/images/ipcclatest.jpg" alt="การประชุม IPCC" width="450" /></p>
<p>เอเอฟพี / เอพี ? เหล่าผู้แทนและนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกร่วมการประชุมโลกร้อนครั้งใหญ่ที่สุด โดยยูเอ็นโต้โผใหญ่หวังเกิดกระบวนการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว และสร้างสนธิสัญญาสากลใหม่เพื่อต่อสู้กับภัยสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ อันเป็นผลจากภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศให้ได้ภายในปี 2552</p>
<p>       ผู้ร่วมประชุมจากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก บวกกับนักรณรงค์และผู้สื่อข่าว รวมแล้วกว่า 10,000 คนตอนนี้ กำลังรวมตัวอยู่บนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และพวกเขาจะตั้งหลักอยู่นั่นถึง 11 วัน เพื่อร่วมการประชุมสหประชาชาติภายใต้กรอบอนุสัญญาแม่บทว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (UN Framework Convention on Climate Change : UNFCCC) ระหว่างวันที่ 3-14 ธ.ค.50</p>
<p>       การประชุมที่บาหลีในครั้งนี้ นับเป็นสุดยอดแห่งความร่วมมือในการแก้ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงที่กำลังเข้าขั้นวิกฤติ โดยรายงานฉบับสุดท้ายอันเป็นสรุปสุดยอดของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ไอพีซีซี) ก็จะมีการเปิดเผยกันในที่ประชุมแห่งนี้ พร้อมกับผลสรุปที่ว่าโลกเรามีเทคโนโลยีดีพอที่จะชะลอสภาวะโลกร้อน (global warming) แต่ต้องเดินหน้าอย่างเร่งด่วน<br />
<span id="more-104"></span><br />
       จุดหมายที่เร่งด่วนจากการประชุมครั้งนี้ ก็คือการเจรจาต่อรอเพื่อตั้งสนธิสัญญาฉบับใหม่ขึ้นแทนที่พีธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ที่กำลังจะหมดอายุลงในปี 2555 โดยจะต้องกำหนดวาระและเส้นตาย ซึ่งสหประชาชาติเห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวจะต้องสรุปให้ได้ภายในปี 2552 จึงจะใช้งานต่อเนื่องจากพิธีสารเกียวโตได้ทันการณ์</p>
<p>       อย่างไรก็ดี สหรัฐอเมริกาก็เป็นชาติที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษเช่นเคย และการปฏิเสธเข้าร่วมพิธีสารเกียวโตของพญาอินทรี อาจทำให้ถูกตัดออกจากการเจรจาสัญญาต่อจากนี้ ซึ่งอเมริกายังคงอ้างเช่นเดิมว่าการลดปริมาณการปล่อยก๊าซก่อเรือนกระจกตามข้อตกลงในพิธีสารนั้น จะมีผลต่อเศรษฐกิจ อีกทั้งยังตั้งคำถามต่อข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่นำเสนอปรากฏการณ์โลกร้อน</p>
<p>       ทั้งนี้ หัวข้อถกเถียงส่วนใหญ่คือประเด็นการลดการปล่อยก๊าซก่อเรือนกระจกจะมากน้อยเท่าใดนั้นควรมีมาตรการบังคับ (อย่างในพิธีสาร) หรือตามความสมัครใจ (อย่างที่สหรัฐฯ ต้องการ) และควรจะหมายรวมถึงประเทศกำลังพัฒนาที่มีอุตสาหกรรมขยายตัวอย่างรวดเร็วอย่างจีน อินเดีย และบราซิล รวมเข้าไปด้วย อีกทั้งจะต้องมีมาตรการช่วยเหลือประเทศยากจนให้ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่เลวร้ายอย่างทุกวันนี้</p>
<p>       ข้อมูลจากรายงานของไอพีพีซี ซึ่งประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก แนะนำว่าปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซอื่นๆ ที่เก็บกักความร้อนจนก่อสภาวะเรือนกระจกจะต้องมีการปลดปล่อยในปริมาณที่เสถียรภายในปี 2558 และจากนั้นหากลดลงไม่ได้ก็จะเกิดภาวะที่ร้ายแรง</p>
<p>       การแก้ปัญหาที่ทำได้ในขณะนี้ตามข้อแนะนำของไอพีซีซีคือ ลงทุนกับพลังงานหมุนเวียนเพื่อปรับปรุงการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และถ้าไม่ทำอะไรเลย อุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดความแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ สิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์ (ซึ่งมากถึง 1 ใน 3) และอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย</p>
<p>       ทว่าทั้งหมดนี้ต้องอาศัยนโยบายทางการเมืองของแต่ละประเทศเข้าช่วย</p>
<p>       ตลอดระยะเวลาแห่งการประชุมเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน รัฐบาลของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐฯ ส่งสัญญาณที่จะต่อรองความร่วมมือต่างๆ ตรงกันข้ามกับพิธีสารตลอดมา ทั้งๆ ที่ยูเอ็นต้องการให้พญาอินทรีให้ความร่วมมือ และการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ เป็นวงใหญ่เมื่อดำเนินไปพร้อมกับรัฐบาลของออสเตรเลียที่มีนายจอห์น โฮเวิร์ดเป็นนายกรัฐมนตรี</p>
<p>       แต่ในการประชุมครั้งนี้ สหรัฐฯ ต้องโดดเดี่ยว เพราะเควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรเลีย ที่เพิ่งสาบานตนรับตำแหน่งไปไม่กี่วัน นอกจากจะประกาศแสดงเจตนารมณ์เข้าร่วมพิธีสารเกียวโตแล้ว ในวันแรกของการประชุมที่บาหลี ผู้แทนของออสเตรเลียได้ลงนามในพิธีสารเป็นที่เรียบร้อย</p>
<p>       พิธีสารเกียวโตเป็นข้อตกลงร่วมกันในประเทศที่ลงนามมากว่า 10 ปี โดยเรียกร้องให้ประเทศอุตสาหกรรม 36 ชาติลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซก่อเรือนกระจกอื่นๆ ที่มาจากโรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมทั้งเกษตรกรรมและการคมนาคมให้ได้ภายในปี 2555 โดยเฉลี่ย 5% จากระดับในปี 2533</p>
<p><a href="http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9500000143605">Credit</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/whyworldhot-site/latest-ipcc-conference/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>IPCC เปิดรายงานโลกร้อนฉบับ 3 ในไทย</title>
		<link>http://www.whyworldhot.com/news/thai-ipcc-3/</link>
		<comments>http://www.whyworldhot.com/news/thai-ipcc-3/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Oct 2007 13:45:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Whyworldhot Admin : chalet16</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.whyworldhot.com/news/thai-ipcc-3/</guid>
		<description><![CDATA[นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงการจัดประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ระหว่างวันที่ 30 เม.ย.- 4  พ.ค.นี้ที่ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ องค์การสหประชาชาติ  กรุงเทพมหานคร ว่า การประชุมดังกล่าวจะมีนักวิทยาศาสตร์ และผู้แทนรัฐบาลจาก 189 ประเทศ ทั่วโลกจำนวน 2,000 คนเข้าประชุมทางด้านวิชา การ ซึ่งการจัดในไทยเป็นครั้งที่ 3 โดยเนื้อหารายงานวิจัยจะว่าด้วยการทบทวนสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบันและการคาดการณ์ในอนาคต และผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจกซึ่งจะสรุปผลการ ประชุมอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จึงคงต้องข้อสรุปจากรายงานฉบับนี้ก่อน ว่าจะกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมหรือไม่ จึงจะบอกได้ว่าประเทศไทยควรจะมีท่าทีอย่างไร

วันเดียวกัน ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยาผอ.ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ (START) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เฉียงใต้กล่าวในเวทีสื่อไทยเท่าทันภาวะโลก ร้อนว่าปัจจุบันอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำ ทะเลสูงขึ้น จากการสำรวจที่ผ่านมาพบว่า ระดับน้ำทะเล ในอันดามันสูงประมาณ 7-8 มิลลิเมตร ขณะที่ระดับน้ำทะเลอ่าวไทยสูงประมาณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงการจัดประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ระหว่างวันที่ 30 เม.ย.- 4  พ.ค.นี้ที่ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ องค์การสหประชาชาติ  กรุงเทพมหานคร ว่า การประชุมดังกล่าวจะมีนักวิทยาศาสตร์ และผู้แทนรัฐบาลจาก 189 ประเทศ ทั่วโลกจำนวน 2,000 คนเข้าประชุมทางด้านวิชา การ ซึ่งการจัดในไทยเป็นครั้งที่ 3 โดยเนื้อหารายงานวิจัยจะว่าด้วยการทบทวนสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบันและการคาดการณ์ในอนาคต และผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจกซึ่งจะสรุปผลการ ประชุมอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จึงคงต้องข้อสรุปจากรายงานฉบับนี้ก่อน ว่าจะกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมหรือไม่ จึงจะบอกได้ว่าประเทศไทยควรจะมีท่าทีอย่างไร<br />
<span id="more-103"></span><br />
วันเดียวกัน ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยาผอ.ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ (START) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เฉียงใต้กล่าวในเวทีสื่อไทยเท่าทันภาวะโลก ร้อนว่าปัจจุบันอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำ ทะเลสูงขึ้น จากการสำรวจที่ผ่านมาพบว่า ระดับน้ำทะเล ในอันดามันสูงประมาณ 7-8 มิลลิเมตร ขณะที่ระดับน้ำทะเลอ่าวไทยสูงประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ซึ่งการ เพิ่มขึ้นดังกล่าวตามหลักทฤษฎีเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน อย่างไรก็ตาม จะทำการตรวจวัดระดับน้ำทะเลทั้งสองบริเวณอีกครั้ง โดยใช้เครื่องตรวจวัดการเคลื่อนตัวในแนวดิ่งของพื้นโลก เพื่อศึกษาว่าแผ่น ดิน ที่ตรวจเกิดการทรุดตัวหรือไม่คาดว่าภายใน 1 ปี จะสามารถยืนยันความถูกต้องของระดับน้ำทะเล ได้</p>
<p>ดร.อานนท์   กล่าวถึง การเกิดฝนลูกเห็บบริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศว่า คนเข้าใจว่าอาจมีส่วนสัมพันธ์กับภาวะโลกร้อน ซึ่งหากพิจาณาแล้วก็อาจเกี่ยวข้อง แต่ไม่โดยตรงเพราะฝนลูกเห็บเกิดจากพายุฤดูร้อน ซึ่งเกิดจากมวลอากาศร้อน ที่มีความชื้นและลอยสูงขึ้นไปปะทะกับ มวลอากาศเย็น จนเกิดปฏิกิริยากลายเป็นน้ำแข็ง ตกลงมาเป็นฝนลูกเห็บ ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวหากเกิดถี่ในแต่ละปีก็อาจมีส่วนสัมพันธ์กับภาวะโลกร้อน แต่จำเป็นต้องศึกษาเป็นเวลานานกว่า 10 ปีจึงจะ สรุปได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ กรุงเทพฯมีสิทธิเกิดฝนลูกเห็บได้เช่นกัน เพราะช่วงนี้พายุฤดูร้อน เข้ามาภาคกลาง ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง   ซึ่งเรื่องนี้พยากรณ์ยากมาก ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ แต่ ภูมิปัญญาชาวบ้านจะสังเกตโดยดูว่า ช่วงไหนที่อากาศร้อนอบอ้าวมากๆ รู้สึกว่าตัวเหนียวเหนอะหนะ<br />
From: http://www.efe.or.th/index.php?option=com_content&#038;task=view&#038;id=505&#038;Itemid=43</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.whyworldhot.com/news/thai-ipcc-3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
